Archive | April 2009

ข่าวเดอะลักส์

แวะเอาclippingข่าวมาแปะไว้จ้ะ

 

จากบ้านเมือง

จากบ้านเมือง

หน้าแรก

หน้าแรก

 

หน้าสอง

หน้าสอง

Kraten reads : ภาพวาดโดเรียน เกรย์

หนังสือ : ภาพวาดโดเรียน เกรย์

โดย : Oscar Wilde

แปล : กิตติวรรณ ซิมตระการ

สำนักพิมพ์ : ฟรีฟอร์ม

ภาพเขียนโดเรียนเกรย์

ภาพเขียนโดเรียนเกรย์

อยากจะอ่านนิยายของคุณออสการ์ ไวลด์ มานานแล้ว เคยอ่านคำคมแสบๆ ของป้าแกมาหลายประโยคแล้ว ที่ถูกใจที่สุดคือ “Work is the curse of the drinking classes” มันตรงกับชีวิตมาก (อ่า…ความจริงถูกเปิดเผยหมด) ออสการ์มีคำคมแนวหลงตัวเองสุดๆ เยอะมาก แต่เพราะเขาเป็นคนพิเศษ เป็นกวีอัจฉริยะที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เลยไม่มีใครมาแย้งเขาได้ และต้องยอมรับว่าเราไม่เลิศพอจริงๆ แต่มีหลายบทความที่แสดงความในใจของออสการ์ว่าเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับพรสวรรค์ของเขาเองสักเท่าไหร่ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือความสดใสสวยงามของวัยเยาว์ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมายสุดแล้ว และความคิดนี้ก็หาได้จากเรื่องภาพเขียนของโดเรียน เกรย์

เราหยิบหนังสือเล่มนี้ในภาษาอังกฤษมามาอ่านหลายรอบแล้ว แต่ช่วงคำพรรณนาโวหารมันเยอะจริงๆ ชวนให้หลับทุกครั้ง ตัวละครแต่ละตัวก็มีโลกของตัวเอง ต้องใช้สมาธิพอสมควรให้เข้าถึง คราวนี้พอมีคนมาแปลเป็นไทยให้ก็ดีใจ รีบอ่านดีกว่า

ออสการ์ ไวลด์บอกเองว่าตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา ในเรื่องจะมีผู้ชายอยู่สามคน (ผู้หญิงในเรื่องนี้ไม่มีความสำคัญมากนัก เป็นเพียงชะนีที่มาทำให้พวกผู้ชายรำคาญ) ออสการ์คิดว่าตัวเขาเหมือนเบซิลผู้ที่เป็นศิลปินที่สุด แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าเขาคือเฮนรี หนุ่มสังคมปากคมเจ้าเสน่ห์ที่ใครๆ ก็อยากสุงสิงด้วย แต่บางทีเขาก็อยากจะเป็นโดเรียน หนุ่มน้อยผู้งดงามดุจอโดนิส

เรื่องเริ่มต้นเมื่อเฮนรีมาเห็นเบซิลกำลังวาดภาพของโดเรียนอยู่ แล้วก็สนใจอยากเจอตัวจริงของพ่อหนุ่มคนนี้ เบซิลเหมือนจะหึงแล้วอยากกัน แต่กันไม่ได้ พอโดเรียนมาเขาก็หลงเสน่ห์หนุ่มใหญ่อย่างเฮนรีทันที ทุกอย่างที่เฮนรีพูดมันน่าสนใจไปหมด พอเฮนรีและเบซิลเริ่มชื่นชมความงดงามของโดเรียนอย่างออกหน้าออกตา โดเรียนที่ยังเด็กนักก็คล้อยตามคำพูดนั้นไปอย่างกู่ไม่กลับ เขาเริ่มกลัวที่จะแก่ และต้องศูนย์เสียสภาพสมบูรณ์แบบเช่นตอนนี้ไป เขาจึงขอพรต่อหน้าภาพเขียนของเขา ให้มันรับความโรยราที่ต้องเกิดขึ้นในชีิวิตจริงไป ปล่อยให้ตัวเขาเปล่งปลั่งเช่นนี้ตลอดไป

โดเรียนสนิทกับเฮนรีมากขึ้นและซึมซับมุมมองโลกของคนเสเพล เห็นแก่ตัวเข้ามาเต็มเปา ความรักง่ายหน่ายเร็วของเขาไปสร้างความเจ็บปวดให้กับคนอื่นๆ ที่เขาไปมีสัมพันธ์ ความมักง่าย รักสนุก และวู่วาม ก็ทำให้เขาหมดความบริสุทธ์แม้หน้าตาของเขายังเหมือนเด็ก18 อยู่ เบซิลเริ่มรับรู้เรื่องพฤติกรรมเสื่อมทรามของเขา และต้องการเข้ามาพุดคุยตักเตือน แต่มันก็สายไปแล้ว ถึงปากโดเรียนจะพูดว่าตนจะกลับตัวเป็นคนดี แต่มันก็ไปแก้ความผิดที่เขาทำไว้ไม่ได้ รอยกรรมของเกาได้เพิ่มพูนขึ้นบนภาพเขียนที่เบซิลวาดไว้อย่างน่าประหลาดจนเขาต้องเอาภาพนั้นไปซ่อน เรื่องที่เหลือจะเป็นอย่างไร โปรดไปหาอ่านกันเอง

  คติที่ได้จากเรื่อง : ใครจะสวยก็สวยไป อยากทำศัลยกรรมต่อต้านความแก่ยังไงก็ทำได้ แต่ความสวยที่แท้จริงเริ่มจากจิตใจ ดังนั้นคิดดี ทำดี ได้ดีแน่นอน

http://freeformbooks.blogspot.com/2008/12/blog-post.html

นกกระเต็น

ไหนๆ ก็ตั้งชื่อสำนักพิมพ์ชื่อกระเต็น ก็เลยลองหาไปประวัติของนกกระเต็นสักหน่อย

ได้ความที่น่าสนใจมาเช่นนี้

คาร์ล โยฮัน  อาการ์ด  (Carl  Johan  Aagard)  ได้กล่าวไว้ในหนังสือ The Common Birds of Bangkok ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ ปี .. 2473 ว่า เขาพบนกกินเปี้ยวคู่หนึ่ง ทำรังอยู่ในสวนผลไม้ริมถนนสาทร (ชื่อเดิมสาธรรังของมันอยู่ในรังของมดดำ ซึ่งมดดำได้ทิ้งร้างไปแล้ว รังมดดำทำด้วยโคลนมีสีดำๆ ขนาดโตเท่าลูกมะพร้าวขนาดเล็ก ติดอยู่กับกิ่งไม้

เขาเล่าว่า  เวลามันทำรังวางไข่นั้น มันกล้ามาก ไม่ใคร่ยอมบินหนีทิ้งรังไปง่ายๆ  และเขาลองเอาไม้เรียวไปเคาะลำต้นไม้ ไม่ว่าจะเคาะแรงสักเท่าใด มันก็ไม่ยอมบินหนี แม้ว่าจะเอาไม้เรียวไปเคาะที่ปากโพรงรัง  มันก็ไม่ยอมหนี แม้ว่าไม้เรียวจะเคาะโดนปีกของมันเข้า มันก็ยังทนนิ่งเฉย แต่กลับส่งเสียงขู่ฟี้ๆ เขาได้พยายามเคาะจนกระทั่งมันบินออกจากรัง  แต่แทนที่มันจะรีบบินหนีไป มันกลับบินวนเวียน  และใช้ปากจิกหน้าจิกหัวเขา และจะพยายามจิกตาด้วย เขาต้องเอาหมวกกันแดดมาปิดกันตาของเขาไว้เพราะกลัวปากของมันจะมาทิ่มโดนตา

kratenlogo

kratenlogo

 

ก็ดุเหมือนกันนะนกของเราเนี่ย   

http://www.zyworld.com/NAKARIN/HTMLcollaredkingfisher.htm

Kraten reads : งานเลี้ยงของบาเบตต์

ตั้งใจว่าจะลองเขียนถึงหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ได้อ่านล่าสุดบ้าง

เริ่มด้วยหนังสือเล็กๆ น่ารักๆ เล่มนี้ งานเลี้ยงของบาเบตต์

เขียนโดย Isak Dinesen

แปลโดย รสวรรณ พึ่งสุจริต

ของสำนักพิมพ์วงกลม

เห็นแค่หน้าปกของหนังสือก็ชอบแล้ว สีสันสดใส ฟอนท์ออกหวานๆ

งานเลี้ยงของบาเบตต์ พาผู้อ่านย้อนกลับไปที่ดินแดนซีกโลกแถบเหนือ นั่นก็คือประเทศนอร์เวย์ ในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 

เนื้อเรื่องจะตามชีวิตของสองสาวมาร์ทีน และฟิลิปปา ลูกสาวของสาธุคุณผู้เคร่งครัด ผู้ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในท้องถิ่น  แม้ว่าสองพี่น้องจะโสดและอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่นั้นไม่รู้จักความรัก หรือไม่เข้าใจความเป็นไปของโลก บ้านเล็กๆ ของพวกเธอมีแขกที่น่าสนใจมาเยือนตลอดเวลา และหนึ่งในนั้นก็คือบาเบตต์ หญิงลึกลับที่น่าสงสารชาวฝรั่งเศส

ต่อมาพวกเธอจึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว บาเบตต์เป็นแม่ครัวชั้นหนึ่ง แม่ครัวที่เป็นยิ่งกว่าแม่ครัว แท้จริงแล้วเธอเป็นศิลปิน ! 

เมื่อวันหนึ่งบาเบตต์มีโอกาสเป็นแม่งานงานเลี้ยงใหญ่ เธอก็ได้นำความฟู่ฟ่าของอาหารฝรั่งเศสมาสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในนอร์เวย์ แต่ชาวบ้านผู้เคร่งครัดจะคิดอย่างไรกับความลำ้เลิศเช่นนี้ อันนี้ต้องไปติดตามกันเอาเองนะ

งานเลี้ยงของบาเบตต์นี่เล่มเล็กมาก อ่านแป่บเดียวจบ วีธีดำเนินเรื่องสามารถนำผู้อ่านเข้าไปในโลกของหนังสือได้ตั้งแต่ย่อหน้าแรก การดำเนินเรื่องเร็วมาก บาเบตต์เป็นปัจจัยที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ราบเรียบของสองพี่น้อง ทุกการกระทำของเธอคาดการณ์ไม่ได้และก็น่าอัศจรรย์ที่สุด จะอึดอัดใจแค่อย่างเดียวคือสงสารส่วนประกอบของอาหาร ! (ใช่แล้วล่ะ เราไม่เคยทำอาหารกินเอง 😉 )