Archive | 07/07/2010

Water for Elephants cast update!

วันนี้บก.มีเรื่องต้องกรี๊ดเมื่อแวะไปดู IMBD ของ Water for Elephants และเห็นชื่อนักแสดงเพิ่ม
และนั่นก็คือ……James Frain!!! ท่านนายกฯ Thomas Cromwell จาก The Tudors หนึ่งในseriesโปรด !

บทของเจมส์เขียนว่าเป็นคนดูแลโรซี่ ซึ่งในเรื่องก่อนจะถึงหมอเจคก็มีหลายคนเหมือนกัน แต่คนที่เด่นที่สุดคือคนโปแลนด์ที่ช่วยหมอเจคออกตามโรซี่นะ คนที่เหลือเหมือนเป็นตัวร้ายหมดเลย คิดว่าเจมส์น่าจะเล่นบทเล็กๆ ที่สำคัญนี้แหละ

มีภาพหนุ่มจากกองถ่ายมาฝากอีกคน ไม่ใช่หนุ่มร็อบนะคะ ด้วยวัยของบก.เด็กๆ อย่างร็อบเห็นแล้วไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ แต่คนนี้เห็นแล้วหวั่นไหวเลย 😉

ออกัสในชุดสูท หรือคุณคริสตอฟ วอลทส์นั่นเอง

จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นว่าใครจะเล่นเป็นลุงอัลกับโรสแมรี่เลย สองคนนี้มีบทสำคัญมากในหนังสือ แต่จะถูกตัดออกจากหนังหรือเปล่านะ

Review: เดอะฮ็อบบิท 2

ต่อ…

ต่อมาแกนดัลฟ์พาคณะผ่านมิสตี้เมาท์เทนเข้าสู้ริเวนเดล ไปเจอเอลรอนด์ หัวหน้าเอลฟ์ เอลรอนด์ให้คณะดูแผนที่ของภูเขาถ้ำมังกรสมอกที่มีทางลับให้ บิลโบ้ได้มีดเล็กมาจากเอลรอนด์

ระหว่างทางไปถ้ำสมอก คณะต้องผ่านหุบเขาแสนกันดารที่เต็มไปด้วยถ้ำและกอบลิน แกนดัลฟ์หายตัวไป บิลโบ้ผลัดหลงกับพวกระหว่างหนีกอบบลินเข้าถ้ำวกวนอันหนึ่ง มันเป็นถ้ำของกอลลัม สิ่งมีชีวิตตัวเล็กลื่นชื้นที่ชอบพูดกับตัวเองเพราะไม่มีใครให้พูดด้วยมานานมาก กอลลัมถือครองแหวนวิเศษ ที่บิลโบ้บังเอิญเจอโดยที่กอลลัมไม่รู้ บิลโบ้ถามหาทางออก แต่กอลลัมขอเล่นทายปริศนาก่อน ถ้าบิลโบ้แพ้จะถูกกิน แต่บิลโบ้ก็ใช้ไหวพริบชนะกอลลัมได้ เขาหนีมาและก็ค้นพบพลังของแหวนวิเศษที่ทำให้หายตัวได้ จนหนีกอบลินและหาคณะเจอ

แกนดัลฟ์กลับมาและพาคณะไปเจอเหยี่ยวบนมิสตี้เมาท์เทน พวกเหยี่ยวพาคระบินผ่านเขาที่เต็มไปด้วยออร์คและหมาป่าไปส่งที่ชายป่าเมิร์ควูด

แกนดัลฟ์มาคณะไปพักบ้านบียอน ชายสันโดษที่ตัวใหญ่เหมือนหมีและก็กลายร่างเป็นหมีได้ด้วย!

แกนดัลฟ์ต้องปลีกตัวอีกและบียอนก็ให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางเดินทาง แต่คณะก็พลัดหลงอยู่ดี จนไปเจอแมงมุมยักษ์ บิลโบ้ใช้แหวนวิเศษพาคณะหนี คณะที่หลงทางและหิวโหยหลงเข้าเขตเมืองของเอลฟ์ป่า คณะแอบดูแอบฟังเอลฟ์ป่าร้องรำทำเพลงล้อมวงกินข้าวหลายรอบ จนอยากถูกจับเพราะหิวมาก ทรานดุยล์ ราชาของเอลฟ์ป่า (พ่อของเลโกลาส) ไม่พอใจที่คณะสร้างความวุ่นวายและไม่ยอมบอกจุดมุ่งหมาย (ธอร์รินกลัวว่าเอลฟ์ป่าจะแย้งสัมบัติ) จึงจับคณะขังคุก ยกเว้นบิลโบ้ที่ล่องหนอยู่ แต่ด้วยนิสัยของเผ่าพันธุ์ก็ยังเลี้ยงดูให้อาหารคณะอย่างดีจนกว่าจะยอมเปิดปาก บิลโบ้พยายามหาช่องทางพาคณะออกจากเมืองของเอลฟ์ป่าจนได้

คณะแอบเอลฟ์ป่าโดยการซุกอยู่ในถังไม้และล่องไม่น้ำจนมาถึงเมืองเดลที่อยู่ริมทะเลสาปไกล้ภูเขาของมังกรสมอกจนได้

พวกเขาปีนขึ้นเขาและส่งบิลโบ้เข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสมอก บิลโบ้พูดคุยป้อยอมังกรสมอกจนมองเห็นจุดอ่อนที่หน้าอก แล้วก็แอบพาคณะเข้าทางลับไปถึงเมืองใต้เขาของบรรพบุรุษของธอร์ริน คณะเก็บสมบัติข้างในรวมทั้งหินอาร์เคนสโตนที่ล้ำค้าของคนแคระ และหนีทะลุถ้ำในเขาไป สมอกได้ยินเสียงเอะอะในถ้ำก็ไหวตัว จึงได้เห็นว่าสมบัติหายแต่ไม่เห็นตัวหัวขโมย จึงคิดว่าเป็นฝีเมืองชาวเมืองเดล ริมทะเลสาป จึงบินไปบุกเมือง

ระหว่างหนีจากถ้ำมังกรสมอก บิลโบ้เล่าเรื่องบทสนทนาระหว่างตนกับมังกร รวมทั้งเรื่องจุดอ่อนของสมอกให้คณะฟัง มีนกทรัซพูดได้ได้ยินข้อมูลนั้น จึงคาบข่าวไปบอกบาร์ด นักแม่นธนูชาวเดล วันนั้นชาวเดลเห็นแสงประหลาดจากเขาถ้ำมังกร จึงเฝ้าระวังกัน บาร์ดระดมผลนักแม่นธนูมารอ และมังกรสมอกก็บุกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ทำลายบ้านเมืองราบคาบ บาร์ดที่รู้จุดอ่อนสมอกรอจังหวะโจมตี และทำสำเร็จ มังกรสมอกตกลงมาตายกลางเมือง ชาวเมืองยกบาร์ดขึ้นเป็นผู้นำ งานแรกที่ต้องทำคือการสร้างเมืองใหม่ ซึ่งบาร์ดตั้งใจจะเอาสมบัติของมังกรสมอกมาเป็นทุน

ข่าวเรื่องการตายของมังกรสมอกแพร่ไปทั่ว โดยการกระจายข่าวของพวกนก ทรานดุยล์ ราชาของเอลฟ์ป่าเตรียมพลเพื่อไปถ้ำมังกร แต่พอมาถึงเดลก็สงสารชาวเมืองและสัญญาว่าจะช่วยเหลือ พวกกอบลินและหมีบียอนก็ได้รับข่าวนี้

คณะของบิลโบ้ได้รับข่าวเรื่องสมอกจากนกทรัซและรับย้อนศรกลับเข้าถ้ำไปเอาสมบัติที่เหลือทันที พวกเขารู้ด้วยมาชาวเดลกับเอลฟ์ป่ากำลังร่วมมือกันบุกถ้ำมังกร จึงเตรียมป้องกันเต็มที่

เมื่อทัพของบาร์ดและราชาเอลฟ์ป่ามาถึงตีนเขา ธอร์รินก็แนะนำตนว่าเป็นบุตรของเธรน ราชันแห่งเมืองในเขา บาร์ดแนะนำตนว่าเป็นผู้สังหารมังกร และบอกว่าตอนนี้ชาวเมืองกำลังเดือกร้อนเพราะบ้านเมืองเสียหายพังทะลาย ธอร์รินจะไม่เห็นใจเลยหรือ ธอร์รินไม่เห็นใจและกล่าวว่าสมบัติทั้งหมดเป็นมรดกของเขาแต่เพียงผู้เดียว บาร์ดและทรานดุยล์จึงบอกว่าจะให้โอกาสธอร์รินคิดดูอีกที หากไม่อยากจะทำให้เกิดศึก

Review: เดอะฮ็อบบิท 1

หลังจากที่เห็นข่าวหนังเดอะฮอบบิท ทำให้นึกขึ้นได้ว่าซื้อหนังสือมาดองไว้นานแล้ว ถึงเวลาปัดฝุ่นเอามาอ่านเสียที
เรื่องนี้ซื้อมาตั้งแต่ช่วงที่หนังเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ฉายอยู่ และตอนนั้นก็ชอบการผจญภัยในมิดเดิลเอิร์ธมาก อยากรู้เรื่องราวเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เรื่องในเดอะฮอบบิทเกิดขึ้นก่อนเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ 60 ปี แน่นอนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในสถานที่เดียวกัน คือมิดเดิลเฮิร์ท โลกในจินตนาการของเจ อาร์ อาร์ โทลเคียน ที่อุดมไปด้วยตัวละครที่หลากหลายและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนของเผ่าพันธ์ุแต่ละเผ่า ตัวละครก็จะมีซ้ำกับเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์บ้าง นั่นก็คือตัวเอกของเรื่อง บิลโบ้ แบกกินส์ ลุงของโฟรโด้ และพ่อมดแกนดัลฟ์ เอลรอนด์ ผู้นำของชาวเอลฟแห่งเมืองริเวนเดลและกอลลัม ผู้ครองแหวนวิเศษ ข้อดีของเรื่องนี้คือขนาดของเรื่องที่สั้นกว่าเดอะลอร์ดฯ มาก ทำให้้อ่านจบได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากว่าเพิ่งอ่านไปรอบเดียว อาจทำให้เข้าถึงเหตุผลและการกระทำแต่ละอย่างไม่หมดนะคะ

เริ่มด้วยต้นเหตุของเรื่องเลย อยู่มาวันหนึ่งพ่อมดแกนดัลฟ์ก็เดินทางลอดใต้เนิน ข้ามเขา ข้ามน้ำมาที่เมืองของฮอบบิท และตรงมาที่บ้านในรูอันแสนสบายของบิลโบ้ ชาวฮอบบิทนี้เป็นชนชาติขนาดเล็ก มีตีนโตขนดกรุงรังที่รักสงบ รักการกิน การสูบใบไม้ และประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก สิ่งที่พวกเขารังเกียจที่สุดก็คือความวุ่นวายและการผจญภัย ชีวิตในแต่ละวันต้องประกอบไปด้วยการกินอาหารวันละหลายๆ มื้อ และการมีแขกมาร่วมกินด้วยก็เป็นเรื่องที่ดี บิลโบ้จึงยินดีจัดแจงเครื่องชาให้แกนดัลฟ์ แต่ก็ต้องงุงงงกับเรื่องที่แกนดัลฟ์พูด เพราะแกนดัลฟ์เอาแต่ย้ำแล้วย้ำอีกว่าบิลโบ้ต้องออกผจญภัย และบิลโบ้ก็เอาแต่ปฏิเสธ พอถึงเวลาน้ำชาตอนห้าโมงเย็น เสียงกระดิ่งที่ประตูรูบ้านก็ดังขึ้น บิลโล้ออกไปต้อนรับแขกอย่างแปลกใจ ปรากฏว่าแขกที่มาเป็นคนแคระ! ไม่ใช่แค่หนึ่งคน แต่มีกันถึง 13 คน! มีธอร์ริน โอ้กเคินชิลด์ ( หัวหน้า) ดวาลิน บาลิน คิลี ฟิลี (2คนนี้เด็กสุด) โดรี โนรี โอรี ออยน์ กลอยน์ บีเฟอร์ โบเฟอร์ บอมเบอร์ (อ้วนสุด) บิลโบ้ต้องวุ่นวายเตรียมอาหารให้อย่างมึนงง จนกระทั่งแกนดัลฟ์บอกกับกลุ่มคนแคระว่าบิลโบ้นี่ไงคือเพื่อนร่วมเดินทางที่เขารับปากว่าจะหาให้ คนที่จะมารับหน้าที่เป็น “หัวขโมย” ไง ธอร์รินจึงอธิบายถึงจุดประสงค์ของการรวมคณะขึ้นก็เพื่อไปเอาสมบัติของบรรพบุรุษในถ้ำบนเขาโลนลี่ที่ตอนนี้มังกรสมอกอาศัยอยู่ พวกคนแคระดูถูกบิลโบ้ว่าทำหน้าที่ขโมยไม่ไหวหรอก ไปๆ มาๆ บิลโบ้ที่ไม่พอใจที่ถูกดูหมิ่นก็รับคำท้าและร่วมคณะผจญภัยกับคนแคระ

นั่นคือจุดเริ่มต้นของคณะที่มีคนร่วมหลัก 14 คน แถมแกนดัลฟ์ที่ไปๆ มาๆ เพราะติดธุระส่วนตัวเป็นบางที การผจญภัยครั้งนี้เป็นเรื่องของบิลโบ้ที่ตอนแรกทำอะไรก็เหลวหมด แต่พอไปเจออาวุธวิเศษก็กลายเป็นผู้กอบกู้คณะจนแทบจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในสงครามห้าทัพที่เกิดขึ้นท้ายเล่ม

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้แต่ละบทไม่ยาวนัก มันจะมีการผจญภัยกับตัวละครหน้าใหม่ในแต่ละบท โดยเน้นไปที่การพยายามแก้ปัญหาของบิลโบ้ ความเฉียบไวที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น โดยยังคงลักษณะของฮอบบิทอยู่ และวีรกรรมอันกล้าหาญของเขา

ถ้าอยากรู้เองว่าการผจญภัยลงเอยอย่างไรก็หยุดอ่านนะคะ แต่ถ้าขี้เกียจอ่านเองก็จะย่อแต่ละบทให้ แต่ลักษณะการบรรยายตัวละครแต่ละตัวที่ลึกซึ้งจะชัดเจนที่สุดก็เมื่อไปอ่านเองค่ะ

อุปสรรคในการเดินทางอย่างแรกที่คณะเจอก็คือการผจญกับกอบลิน สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ มารยามทราม หน้าตาบูดเบี้ยว ที่เป็นศัตรูกับพวกเอลฟ์ สองเผ่านี้เคยประกอบสงครามกันมาแล้ว บิลโบ้ถูกคณะส่งไปพิสูจน์ฝีมือ แต่รอดมาได้ด้วยการทำให้กอบลินทะเลาะกันเอง

ต่อมาแกนดัลฟ์พาคณะผ่านมิสตี้เมาท์เทนเข้าสู้ริเวนเดล ไปเจอเอลรอนด์ หัวหน้าเอลฟ์ เอลรอนด์ให้คณะดูแผนที่ของภูเขาถ้ำมังกรสมอกที่มีทางลับให้ บิลโบ้ได้มีดเล็กมาจากเอลรอนด์

Review: เดอะฮ็อบบิท 3

ต่อ…

บิลโบ้ที่เห็นใจชาวเมืองริมทะเลสาปและน้อยใจธอร์รินที่ไม่แบ่งส่วนสมบัติอะไรให้เลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ช่วยสำคัญ เขาตัดสินใจสวมแหวนและหยิบหินอาร์เคนติดตัว เขาเข้าไปในค่ายของชาวเมือง ตรงไปพบบาร์ดและทรานดุลย์ ราชาเอลฟ์ป่า เขามอบหินอาร์เคนให้ทั้งสอง พร้อมบอกว่ามันเป็นสมบัติที่ธอร์รินต้องการมากที่สุด บาร์ดและทรานดุยล์ตกใจและแปลกใจกับการกระทำของบิลโบ้ บิลโบ้อธิบายว่าตนไม่ต้องการให้เกิดสงครามและเห็นว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถึงตอนนี้แกนดัลฟ์ก็โผล่มาชื่นชมบิลโบ้

บิลโบ้แอบกลับเข้าถ้ำ รอให้บาร์ดกับทรานดุลย์ยกพลมาใหม่ พวกเขามาถึงและเสนอหินอาร์เคนให้ธอร์รินทันที พอธอร์รินรู้ว่าบิลโบ้ขโมยไปให้พวกนั้นก็จะเข้าไปทำร้าย แต่แกนดัลฟ์ห้ามไว้ ธอร์รินจำใจรับปากว่าจะแบ่งสมบัติให้เพื่อขอแลกหินอาร์เคนคือ บาร์ดกับทรานดุยล์จึงยอมถอยทัพ

ธอร์รินที่ยังหวงสมบัติแอบเรียกเดน พรรคพวกคนแคระที่มีกำลังพลมากให้มาช่วยสู้และขโมยหินอาร์เคนกลับจะได้ไม่ต้องแลกสมบัติ พอบาร์ดและราชาเอลฟ์ป่ารู้ว่าธอร์รินระดมทัพใหญ่ก็เตรียมตัวสู้

แต่พอถึงเวลารบแกนดัลฟ์รับรู้ว่ามีทัพที่ชั่วร้ายอีกสองทัพตรงเข้ามา เป็นทัพของพวกกอบลินและหมาป่า และแล้วสงครามห้าทัพระหว่างคนแคระ ชาวเมือง เอลฟ์ป่า กอบลิน และหมาป่าก็เริ่มต้นขึ้น

เอลฟ์ป่าบุกกอบลินก่อน ทัพของคนแคระเดนและชาวเมืองร่วมกันบุกสมทบ หมาป่าและค้างคาวช่วยกอบลิน พวกเหยี่ยวบินมาช่วยพวกแกนดัลฟ์ สู้กันท้ังวันยังสูสี จนกระทั้งหมีบียอนปรากฏร่างยักษ์ขึ้น ฉีกกอบลินแต่ละตัวเป็นว่าเล่น ศึกห้าทัพถึงได้จบลง

มีคนเสียชีวิตหลายคน บิลโบ้คืนดีกับธอร์รินก่อนที่ธอร์รินจะเสียชีวิต ราชาเอลฟ์ป่าคืนดาปของเธอร์รินไว้บนหลุมศพ เดนขึ้นเป็นหัวหน้าคนแคระและจัดแจงแบ่งสมบัติอันมหาศาลอย่างยุติธรรม แม้แต่คนที่เสียชีวิตก็ได้ส่วนแบ่งตามสัญญา อย่างพวกชาวเมือง เขามอบมรกตแห่งกีรีออนแก่ราชาเอลฟ์ป่า บิลโบ้ได้หีบสองหีบ อันหนึ่งบรรจุเงิน อันหนึ่งบรรจุทอง ทุกคนกล่าวลากันด้วยดีและออกเดินทางกลับ

แกนดัลฟ์กับบิลโบ้แวะที่ริเวนเดลเพื่อเล่าเรื่องให้เอลรอนด์ฟัง บิลโบ้จึงได้ทราบว่าที่แกนดัลฟ์หายไปเพราะต้องไปประชุมร่วมพ่อมดขาวเพื่อไล่ผีป่าออกจากป่าเมิร์ควูด บิลโบ้พักฟังเพลงเอลฟ์อยู่เจ็ดวันจึงออกเดินทางกลับ เหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลาสองปี บิลโบ้แทบจะไม่ได้เล่าเรื่องแหวนวิเศษให้ใครฟัง นอกจากหลานรัก และก็ใช้เวลาเขียนบันทึกเหตุการณ์การผจญภัยครั้งนี้ ฮอบบิทคนอื่นๆ ไม่ค่อยเคารพบิลโบ้แล้วเพราะทำอะไรผิดแปลก แต่บิลโบ้ไม่สนใจ และเพลิดเพลินกับการสนทนากับพ่อมด เอลฟ์ และคนแคระที่มักแวะมาเยี่ยมเขาที่รูบ้านอันอบอุ่นอยู่เรื่อยๆ

แม้ว่าโทลเคียนจะเขียนเรื่องให้เป็นแฟนตาซีเต็มที่ มีทั้งพ่อมด กอบลิน มังกรตามธรรมเนียม แต่สิ่งที่เขาสอดแทรกเข้าไปคือแนวคิดแบบอนุรักษ์ธรรมชาตินิยม ที่เห็นได้จากตัวละครอย่างฮอบบิท เอลฟ์ และบียอนที่ชอบอยู่กลางธรรมชาติ และต้องการปกป้องความสงบเรียบร้อย สิ่งที่เขาทำให้น่าชื่นชมในบิลโบ้ คือความรักในความสงบที่แท้จริง แม้บิลโบ้จะเป็นเพื่อนกับพวกคนแคระ แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการดื้อแพ่ง ความโลภและความเห็นแก่ตัวของธอร์ริน ถึงได้ทรยศเขาไปหาชาวเมืองและเอลฟ์ที่อาจช่วยหยุดการกระทำที่รุนแรงของคนแคระได้ สงครามในเรื่องเกิดขึ้นเพราะความโลภ เพราะธอร์รินไม่มีความเมตตาให้คนที่เดือดร้อน แม้จะประณีประนอมได้แต่สุดท้ายก็ต้องเผชิญกับพวกกอบลินและหมาป่าที่ยอมใคร จนธอร์รินตายและเดนที่ใจกว้างกว่าขึ้นมาแทน ทุกคนจึงได้แบ่งปันสมบัติกลับบ้านไป บิลโบ้ถูกชะตากับพวกเอลฟ์ที่สุดในบรรดาชนเผ่าต่างๆ เพราะความรักสงบและรักธรรมชาติ ในตอนจบพอกลับบ้านแล้ว ฮอบบิทคนอื่นๆ ไม่ยอมรับในนิสัยที่เปลี่ยนไปเนื่องจากการผ่านประสบการณ์ต่างๆ นาๆ ของบิลโบ้ แต่บิลโบ้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการถูกปลีกตัวเลย เพราะเขาก็รู้ตัวว่าเขาได้เปลี่ยนไป และไม่สามารถมองโลกในมุมมองของฮอบบิทเดิมๆ ได้แล้ว เขาถึงได้เพลิดเพลินเวลาสนทนากับคนที่มีประสบการณ์กว้างไกลเช่นกัน ก็เหมือนกับคนเราที่แต่ละวัยก็ต้องบรรลุความคิดระดับหนึ่งไม่หยุดนิ่งเพื่อจะเข้าใจโลกให้มากที่สุดนั่นเอง