Archive | October 2011

Review: War Horse,Michael Morpurgo. รีวิววอร์ฮอส

มีหนังสือสำหรับเด็กหลายเรื่องที่เนื้อหาลึกซึ้งคาบเกี่ยวในเนื้อหาที่เกี่ยวกับการผจญภัยและการเพาะบ่มเรื่องมิตรภาพ ความรักและการเสียสละ และวอร์ฮอร์สนี้ก็ตกอยู่ในข่ายนั้น เรื่องราวของโจอี้ม้าหนุ่มรูปงามที่ต้องพรากจากอัลเบิร์ตเจ้าของที่รักและดูแลเขาตั้งแต่เด็กเพื่อไปเป็นม้าศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฟังดูแล้วอาจจะเคร่งเครียด แต่วิธีเล่าเรื่องแบบซื่อๆ จริงใจทำให้ผุ้อ่านต้องเอาใจช่วยเจ้าโจอี้ โจอี้ได้เจอนายทหารหลายคน ต้องเป็นหน่วยหนึ่งในการรบพุ่ง ที่พาตัวเองไปอยู่ใน No Man’s Land กลางสนามรบ แต่ท่ามกลางความยากลำบาก ความบริสุทธิ์และกล้าหาญของโจอี้ก็ทำให้เกิดมิตรภาพที่เหนือความคาดหมายขึ้นมา

ข้อดี อ่านง่าย เข้าใจง่าย เห็นถึงบรรยากาศของสงครามอย่างชัดเจน แต่ก็น่าติดตามมาก

ข้อเสีย ข้อเสีย ไม่มีน่ะเรื่องนี้ มีแค่เดินเรื่องเร็วมาก ถ้าเผลอข้ามตรงไหนก็ตามไม่ทันเลย

Review: The Vampire Diaries, The Awakening & The Struggle. L.J. Smith รีวิวแวมไพร์ไดอารี่

หนังสือที่ถูกพิมพ์ตั้งแต่ช่วง 1990 ดังมาแล้ว แต่เพิ่งถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทำให้กลับมาได้รับความนิยมอีกรอบ และเราก็เลยเพิ่งได้อ่าน เรื่องของกลุ่มสี่สาวไฮสกูลในเมืองเล็กๆ นำทีมโดยเอเลน่า ที่ดันมีแวมไพร์หนุ่มหล่อมาร่วมชั้นเรียน ทำให้ชีวิตปั่นป่วนไปหมด

ข้อดี อ่านง่าย กุ๊กกิ๊ก ไม่ต้องคิดมาก

ข้อเสีย ผิดหวังนิดหน่อย เพราะเป็นหนังสือวัยรุ่นแบบเชยๆ ไม่ตรงกับวิถีชีวิตแบบวัยรุ่นสมัยนี้ แต่เราอ่านมันช้าไปเอง หลายประเด็นไม่คลาสสิก นึกถึงพวกแวมไพร์ของแอน ไรส์ในหลายจังหวะ โดยเฉพาะตอนย้อนยุค

Review : The Odyssey, Homer. รีวิว เดอะ โอเดสซี

เพราะเดอะ เอเลียตได้รับความนิยมอย่างสูง และสงสัยว่าใครๆ ต่างก็ไปถามคุณโฮเมอร์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครโน้นนี้ต่อ จนคุณโฮเมอร์ต้องยอมตวัดปากการ่ายกาพย์โอเดสซี จากที่เดอะอีเลียตจะตัดฉากจากฝั่งกรีกและฝั่งทรอยทำให้โฮเมอร์เหน็ดเหนื่อยกับตัวละครหลักร้อย โอเดสซีอุสก็เลยมาเป็นพระเอกคนเดียว เรื่องราวของการพยายามกลับบ้านหลังจบศึกทรอยนี้ถึงจะแสนสงสารโอเดสซีอุสที่เสียเวลาในชีวิตไปอย่างไร้ค่าถึง 10 ปี แต่มันก็น่ามหัศจรรย์เหลือเกินสำหรับคนอ่าน

ข้อดี มีหลายช่วงของการเดินทางนี้ที่กลายเป็นฉากคลาสสิกจนถูกไปประยุกต์ใช้กับเรื่องราวอื่นๆ อยู่เรื่อยๆ ต้องชื่นชมคนที่คิดคนแรกว่าเด็ดจริงๆ คิดมาได้ยังไง ตั้งแต่การสู้กับไซคลอปส์ คาแร็กเตอร์ของแม่มดสาวอย่างคาลิปโซ่และเซอร์ซ่ การต้องไปทำพีธีไหว้เจ้าถึงสุดขอบโลก และแม้แต่การต้องล่องเรือผ่านเสียงเพราะเสนาะหูของเหล่าไซเร็น โอเดสซีก็เป็นคนแรกที่ปิดหูตัวเองสำเร็จ เทียบกับอีเลียตแล้ว โอเดสซีอ่านสนุกกว่าเยอะเพราะเป็นการผจญภัยล้วนๆ

ข้อเสีย ก็บางเรื่องก็ไม่ค่อยมีเหตุผล เช่นทำไมใครๆ ก็มาหลงรักคนโทรมๆ อย่างโอเดสซีอุสได้ แล้วคนอะไรจะซวยขนาดนี้ พลาดพลั้ง หลงทาง เสียเวลาแล้วเสียเวลาอีก อยากจะช่วยเหลือเกินแต่กลัวจะติดซวยไปด้วย!

Review: The Great Gatby, F Scott Fitzgerald เดอะ เกรท แก็ตส์บี้

อเมริกัน ดรีมส์ ความอยากเด่น อยากดัง อยากรวย ความอยากเหล่านี้ถูกสะท้อนในเรื่องราวชีวิตของนายแก็ตส์บี้ นวนิยายแบบคลาสสิกอมริกันอันนี้แม้จะถูกแต่งขึ้นในปี 1925 แต่แก่นของเรื่องก็ยังใช้ได้กับสังคมทุกวันนี้ ในเมื่อใครๆ ก็อยากจะรวย อยากจะดัง ไม่สำคัญว่าทรัพย์นั้นจะได้มาอย่างไร เมื่อได้มาแล้วก็ต้องให้โลกรู้ นั่นเป็นวิถีชีวิตของหนุ่มๆ สาวๆ ที่น่าอิจฉาในเมืองลอง ไอแลน ความร่ำรวยอู้ฟู้ของแก็ตส์บี้ คฤหาสน์ งานเลี้ยงของเขาคือจุดดึงดูดของเรื่องที่ทำให้ภาพวิถี Gatsby คือภาพของยุค 1920 แต่พอความสว่างไสวของงานดับไป เงามืดในจิตใจของผู้คนก็ถูกเปิดเผย

ข้อดี หนุ่มหล่อ สาวสวย เรื่องลับๆ เยอะ นายแก็ตส์บี้เป็นปริศนา จนเกือบกลางเรื่องนายนิคคนเล่าเรื่องถึงได้เข้าถึงเขา และจึงได้รู้จักกับแก็ตส์บี้ในอีกมุมที่คิดไม่ถึง มีอะไรให้เดาอยู่ตลอดและผู้อ่านมักจะถูกหลอก

ข้อเสีย สำนวนโบราณ เดินเรื่องช้า เพราะเน้นเรื่องความคิดจิตใจคน ความจริงเกี่ยวกับตัวละครหนุ่มสาวแต่ละตัวจะค่อยๆ ถูกเปิดเผยจนในที่สุด จนแทบจะไม่เหลือตัวไหนให้ลุ้นให้เชียร์เลย (ถ้าชอบเชียร์คนดี๊ดี มันไม่มี) จนทำให้อึดอัดขัดใจไปจนจบ

Review: The Pillars of the Earth, Ken Follet

นวนิยายเล่มหนาจนน่าตกใจ จากนักเล่าเรื่องมือหนึ่งของโลก ที่นึกสนุกอยากเอาเหตุผลและวิธีการสร้างศาสนสถานมาเล่าเป็นดราม่า และคุณเคนก็จัดเต็มดราม่าให้ครบทุกรสทุกแบบ ทั้งเรื่องรักการชิงหนุ่มชิงสาว ด้านการเมือง – การแข่งขันกันเป็นใหญ่ ทั้งระดับประเทศ จังหวัด และชิงกันในหน่วยงาน (โบสถ์) นั่นแหละ

ข้อดี มีตัวละครหลักที่ดึงใจผู้อ่านให้คอยเชียร์หลายตัว ทั้งแจ็ค สถาปนิกกำพร้า หลวงพ่อฟิลิปส์ สาวผู้ดีตกอับเอเลน่า และมีตัวร้ายที่แสนโฉดอำนาจก็เหลือล้นหลายตัว ต้องลุ้นให้กลุ่มตัวเอกรอดได้จนเหนื่อยเลย

ข้อเสีย หนังสือหนาและหนักมาก แต่ละบทจะตัดฉากจากตัวละครตัวหนึ่งไปอีกตัว เข้าด้ายเข้าเข็มกับตัวหนึ่งอยู่ ก็เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนอารมณ์ทันที ทำให้ต้องรีบอ่านจะได้กลับมาลุ้นต่อได้

The Hunger Games Review รีวิวฮังเกอร์ เกมส์

หน้านี้เป็นรีวิวหนังสือนะคะ รีวิวภาพยนตร์ได้ที่หน้านี้ https://kratenbooks.wordpress.com/2012/03/27/รีวิวหนัง-the-hunger-games-ในมุมของแฟน/

รีวิวอันนี้จะมาแบบสั้นๆ

The Hunger Games เป็นหนังสือที่พออ่านคำเปรยจะนึกภาพเรื่องไว้อย่างนึง – โลกหลังสงครามที่ทำลายล้างทุกอย่างที่เรารุ้จักในปัจจุบัน ชีวิตของแคทนิสที่ต้องดิ่นรนเลือกตากระเด็นเพื่อแม่และน้อง – ท่าทางจะหดหู่น่าดู แต่พออ่านจริง โฮ้โห มันส์สุดยอด  ตื่นเต้นยันบรรทัดสุดท้ายของเรื่องเลย!

ข้อดี หนังสือเดินเรื่องเร็วมากๆ คนอ่านรู้จักแคทนิสและผองเพื่อนในเขต12อันแร้นแข้นแล้ว เธอก็ต้องนั่งรถสายด่วนสู่มืองหลวงเพื่อแข่งขันใน Hunger Games ซึ่งเป็น Reality Show ที่ทุก 12 เขตในประเทศปาเน็ม ต้องส่งผู้เข้าแข่งขันสองคนเข้าร่วมทุกปี เกมส์นี่มีกฏง่ายๆ ใครที่อยุ่รอดเป็นคนสุดท้ายคือผู้ชนะ แล้วเขตของตัวเองก็จะได้รางวัลเป็นเสบียงอาหารมากมายสำหรับทั้งปี ครอบครัวของผู้ชนะก็จะได้รับความสะดวกสบายตลอดชีวิต แคทนิสมีปีต้า ลูกชายของคนขายขนมปังเป็นเพื่อนร่วมทีม พร้อมเฮย์มิชแช้มป์เก่าจากเขต12 เป็นโค้ช เกมส์นี้จัดขึ้นเพื่อความบันเทิงของชาวเมืองหลวงที่แสนฟู่ฟ่า ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องดูดี จึงเป็นหน้าที่ของซินนา ดีไซเนอร์ของเธอที่จะทำให้เธอดึงความสนใจของคนดูและสปอนเซอร์ที่จะช่วยอำนวยเธอในเกมส์ได้ แคทนิสจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ เธอจะต้องฆ่าคนหรือเปล่า คำแนะนำของเกล เพื่อนชายของเธอก้องอยู่เสมอ จงเอาตัวรอดให้ได้!

ข้อเสีย จบเร็วเกินไป !

Review : สามทหารเสือ ของอเล็กซานเดอร์ ดูมาส

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์สุดคลาสสิกของอเล็กซานเดอร์ ดูมาสเรื่องนี้ ได้รับความนิยมตั้งแต่ตอนที่เพิ่งถูกตีพิมพ์ครั้งแรก ทำให้ดูมาสสามารถนำตัวละครในสามทหารเสือมาเล่นต่อได้อีกตามใจชอบ จนปัจจุบันผ่านมาจะ200ปีแล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ยังมีสิ่งที่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ จึงถูกมาดัดแปลงเป็นภาพยนต์และหนังสือสำหรับเด็กมากมายหลายรอบ สิ่งที่ดูมาสทำได้อย่างยอดเยี่ยมก็คือการสร้างตัวละครที่มีบุคลิก มีวิธีคิดที่สัมผัสได้ สำหรับผู้อ่านจากทุกวัฒนธรรม ทุกสมัย และการวางเรื่องที่สนุกน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ

ผู้อ่านจะเจอกับดาตันยังตั้งแต่หน้าแรก พระเอกของเรื่องเป็นหนุ่มน้อยที่ไหวพริบดีแต่อารมณ์ร้อน กำลังจะออกจากบ้านต่างจังหวัดไปสมัครเป็นทหารเสือในเมืองหลวง ดูมาสใช้วิธีเดินเรื่องแบบไม่รีบร้อน แต่มันไม่หน้าเบื่อเพราะเรื่องนี้เป็นเอ็กชั่น จะต้องมีปริศนา หรือการเผชิญหน้าเกิดขึ้นตลอดเวลา ตั้งแต่การทำให้พระเอกได้หลงกับตัวร้ายก่อนจะรู้ว่าเป็นใคร การที่พระเอกต้องพิสูจน์ตัวเพื่อเข้ากองทหารเสือ การทำภารกิจที่สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง การได้เข้ากลุ่มกับรุ่นพี่อย่างอาทอส อารามิส และ พอร์ทอสที่แต่ละครต่างก็มีบุคลิกที่ชัดเจน มีปริศนา เรื่องราวของตัวเองที่ผู้อ่านต้องติดตามรออ่าน ความสัมพันธ์ของตั้งสี่ทหารเสือค่อยๆ เหนียวแน่นขึ้นจนทุกคนต้องชื่นชมในความซื่อสัตย์และอุดมการณ์ของพวกเขา กลุ่มตัวร้ายเองก็เก่งกล้าฉลาดเฉลียว ดูมาสค่อยๆ เผยแผนการแต่ละอย่างมาอย่างไม่รีบร้อน ที่ต้องไม่ลืมนี่เป็นนิยายรัก ความรักเองก็เป็นสิ่งที่ทั้งสร้างปริศนาและคลายปมให้เรื่องได้

ด้วยความหนาของเล่ม และวิธีการพัฒนาเนื้อเรื่องที่มีแอ็กชั่นดำเนินไปทีละบทๆ ทำให้นึกถึงว่าแต่ก่อนคนคงอ่านเรื่องนี้กัน เหมือนที่สมัยนี้คนติดตามซีรีส์มันส์ๆ อย่าง Lost หรือ Prison Break ก็ได้!