Archive | February 2012

February’s favourite

เดือนกุมภาฯ นี่ผ่านไปไวจริงๆ เดือนนี้ไม่ค่อยได้อ่านอะไรมากมาย แค่ 3 เล่มที่นำเสนออยู่ในนี้คือ Ashes, We need to talk about Kevin และก็ The Thread และเล่มที่ชอบที่สุดก็คือ………………

We need to talk about Kevin, Lionel Shriver ทั้งในมุมของการเล่าเรื่อง ในจังหวะที่ทำให้ผู้อ่านสงสัย และจังหวะการให้ข้อมูล We need to talk about Kevin เป็นเรื่องของแม่คนหนึ่งที่ผู้อาจไม่อาจหยุดติดตามจนอ่านจบเล่ม และเปิดบทสนทนาที่ว่าด้วยการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันได้มากมาย

The Thread, Victoria Hislop Review

นิยายแนว Epil Romance ย้อนยุค อ่านแล้วทำให้นึกถึง Captain Corelli’s Mandorin หน่อยๆ เล่าเรื่องของหนุ่มสาวในเมืองเธสาโลนิกิ ประเทศกรีซ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดิมิทรีลูกชายของพ่อค้าขายผ้าผู้มั่งคั่งแต่ให้ความสำคัญกับการค้าขายอย่างเดียว เติบโตมากับแม่ในถนนเล็กๆ ชื่อถนนอิรีนี่ ที่บ้านข้างๆ คือบ้านของคาทารีน่า ที่ครอบครัวอพยพมาจากอัลเบเนีย จากเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ จนต้องไปตามทางของตนเพื่อเอาตัวรอด ทั้งคู่รักษามิตรภาพไว้ และเก็บงำความรู้สึกที่มีให้กัน เพราะเวลาและโอกาสแทบจะไม่ลงรอยเลย จนทหารเยอรมันบุกกรีซทำให้ดิมิทรีอยู่ในเมืองต่อไม่ได้ คาทารีน่าก็ต้องพยุงดูแลครอบครัวอย่างยากลำบาก เหลือเพียงแค่สายใยแห่งความรักที่จะยึดหัวใจทั้งสองไว้ได้ ผู้เขียนให้ความสำคัญกับฉากหลังของเรื่องมาก จนผู้อ่านแทบจะเป็นหนึ่งในคนที่พำนักอยู่บนถนนอีรีนี่ เนื้อเรื่องเดินช้าๆ เก็ยรายละเอียดทุกอย่าง เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานที่ละเมียดละไมค่ะ

We need to talk about Kevin, Lionel Shriver Review

มาคุยกันเรื่องเควินหน่อย นี่คือนิยายแนวแม่ๆ ลูกๆ ที่ไม่อบอุ่นกรุ่นรักเลยสักนิด! แม่ๆ หลายคนอาจจะกลัวว่าจะทำอย่างไรถ้ามีลูกแล้วเลี้ยงเขาได้ไม่ดี ถ้าไม่เข้าใจเขา ถ้าเขาเกลียดเรา และปัญหาทั้งหมดก็เกิดขึ้นในเรื่องนี้ อีวานักเขียนที่เก่งดังต้องละจากชีวิตที่เธอรักเพื่อมีลูกตามที่สามีใฝ่ฝัน ความเป็นคนเก่งฉลาดเฉลียว ดื้นรั้น เชื่อมั่นในตนเอง ก็ตกทอดสู่ลูกชายเควินหมด แต่ปัญหาคือไอ้ความดื้นรั้นของลูกมันเป็นกำแพงที่ทำให้ทั้งสองไม่อาจเข้ากันรักกันได้เหมือนคนธรรมดา เธออคติกับสังคมอย่างไร ลูกก็อคติใส่เธอทวีคูณ เธอมองเห็นความผิดปกติของลูกที่สามีมองไม่เห็น แต่พูดอะไรไม่ได้ เพราะสามีก็จับผิดอยู่ว่าเธอชอบวิจารณ์ลูก เธอทดลองมีลูกอีกคนเพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่คนผิดปกติ และลูกสาวคนนี้แม้จะไม่หน้าตาดีและหลักแหลมเหมือนเควินแต่ก็อ่อนโยนและรักเธอเหลือเกิน นี่ก็แปลว่าเธอต้องพยายามเข้าถึงเควินให้มากขึ้น เรื่องนี้เขียนในรูปแบบของจดหมายซึ่งเป็นวิธีเดียวที่อีวาจะสามารถระบายความในใจของเธอเรื่องเควินให้สามีฟัง หลังจากที่เควินทำสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมจนทำลายชีวิตของเธอไปด้วย ความเก่งกาจของผู้เขียนคือวิธีการเปิดปมประเด็น การค่อยๆ แสดงหลักฐาน การทำให้ผู้อ่านเกิดข้อสงสัยแล้วรอดูคำเฉลยต่างๆ และคำเฉลยก็ค่อยๆ ถูกเผยออกมา อีวาเป็นแม่ที่ไม่ดีหรือเปล่า หรือเธอทำดีที่สุดแล้ว เควินเป็นเด็กที่มีปมเพราะแม่ หรือการที่เขาเป็นคนอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ใครช่วยอะไรไม่ได้ พออ่านจนถึงหน้าสุดท้ายภาพเฉลยทุกอย่างก็ชัดเจน แต่การเล่าเรื่องก็ทำได้อย่างน่าติดตัว พลิกผลัน และน่าตกใจ ที่สำคัญก็คือน่าคิดจริงๆ

Update on Guernsey!

มา Update ข่าวจดหมายรักจากเกิร์นซีย์ หรือ The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society. จากที่ Confirm แล้วว่า Kate Winslet จะมาเล่นเป็นจูเลียต และ Kenneth Branagh จะเป็นผู้กำกับ ล่าสุดก็มีข่าวว่ากำลังแคสตัวเด็กน้อยที่จะเล่นเป็นคิต ศูนย์รวมดวงใจของคนบนเกาะ อยากเห็นหน้าจังค่ะ 😉 นอกจากนั้นทีมงานโปรดิวเซอร์ยังยืนยันว่าจะถ่านทำที่เกาะเกิร์นซีย์แน่นอนค่ะ !

http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-guernsey-16709291

http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-guernsey-16471324

Ashes, Ilsa J. Bick – Review

นวนิยายวัยรุ่นที่อินเทรนด์สุดๆ ในตอนนี้ เพราะจะมีอะไรฮอตไปกว่าวัยรุ่นสาวที่ต้องต่อสู้กับซอมบี้ในโลกที่ไร้ขื่อไร้แป ฟังดูแล้วก็คล้ายๆ กับฮังเกอร์เกมส์หรือเปล่า ก็ใช่ – สาววัยรุ่น -เอาชีวิตให้รอด – ปกป้องเด็กและหนุ่มที่ชอบ ก็สามประเด็นนี้ที่เหลือ Ashes ก็มีความสนุกแบบวางไม่ลงในแบบของมันเอง เนื้อเรื่องมันไม่ได้เดินเร็วเท่าฮังเกอร์เกมส์ เพราะเต็มไปด้วยปริศนาที่เปิดปมให้คุณผู้อ่านคิดไปพร้อมกับตัวละคร (ซอมบี้ไม่ได้เป็นคำเฉลยนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นไม่ได้สปอยอะไรจ้ะ) อเล็กส์สาวกำพร้าวัย 15 ที่มั่นใจในตัวมากแต่มีความลับที่ต้องปกปิดหนีจากคุณป้าเพื่อเข้าป่าไปอยู่คนเดียว ระหว่างเดินป่าก็เจอเอลลี่เด็กแปดขวบขี้โมโหโวยวายที่มากับคุณปู่ และทอมหนุ่มใจดีอีกคนที่มีความลับอยู่เช่นกัน อยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นที่ทำให้ทุกคนหมดสติและพอตื่นขึ้นมา โลกและสังคมที่พวกเขารู้จักก็จบไปแล้ว ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ไปหลายคน และก็มีปริศนาว่าทำไมคนบางคนอย่างตัวเอกของเราถึงไม่ได้ถูกผลกระทบนั้น ในครึ่งแรกของหนังสือพวกเขาพยายามปรับตัวทำความเข้าใจกับโลกใหม่ในป่านั้น ในครึ่งหลังเกิดความจำเป็นให้ออกจากป่าเข้าสู่เมืองที่แสนอันตรายเพื่อตามหาหมู่บ้านที่คนปกติไปรวมตัวกัน แต่ชีวิตในหมู่บ้านนั้นก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่พวกเขาวางไว้ ตอนจบทำให้อยากอ่านเล่มสองไวๆ ค่ะ