Review: Divergent, Veronica Roth

Divergent

ไม่ได้รีวิวหนังสือมานานแล้ว พอดีอยู่ในอารมณ์ที่อยากอ่านแต่เรื่องเก่าๆ จนต้องบังคับตัวเองให้อ่านอะไรใหม่ๆ บ้างเลยคว้าเรื่องนี้มา  Divergent นิยายวัยรุ่นแนวโลกโหดร้ายเรื่องใหม่ที่มาแรงแทน The Hunger Games จนจะมีหนังของตัวเองออกมาปีหน้า ทันใจจริงๆ

โลกของ Divergent คือโลกที่สังคมถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ตามคุณธรรมที่แต่ละกลุ่มมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสงบสุข คือความมีจิตอาสา ความจริง ความรู้ ความเป็นมิตร และความกล้าหาญ เด็กจะดำเนินชีวิตตามคุณธรรมของครอบครัวตน จนอายุ  16 ก็จะต้องผ่านการทดสอบเพื่อดูว่าตัวตนจริงๆ อยู่ในกลุ่มไหน และละมีสิทธิ์เลือกคุณธรรมใหม่ของตน โดยที่ต้องไปผ่านการทดสอบเพื่อเข้ากลุ่มก่อน และจึงจะได้รับการฝึกฝนให้ประกอบอาชีพตามสาขาวิชาของคุณธรรมที่ตนเลือก

ทริซ นางเอกของเรื่องโตมากับครอบครัวจิตรอาสา แต่เธอเบื่อที่จะต้องคิดถึงผู้อื่นก่อนตัวเองตลอกเวลา และเมื่อถึงวันทดสอบเธอกลับได้ผลที่ไม่คาดคิด คือเธอมีคุณสมบัติเป็น Divergent คือมีหลายคุณสมบัติ ผู้ทดสอบบอกให้เธอปิดบังผลลัพธ์นี้ไว้เพราะมันเป็นตัวแปรที่อันตราย เธอเลือกที่จะจากครอบครัวไปเข้ากลุ่มความกล้าหาญ ที่ใช้ชีวิตโลดโผนอันตราย และต้องผ่านการฝึกหฤโหด ในระหว่างนั้นเธอก็ไปค้นพบแผนลับของกลุ่มๆ หนึ่งที่อยากจะทำลายสังคมเพื่อเป็นใหญ่ แล้วเธอจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดสงครามได้

นิยายเรื่องนี้เป็นไตรภาค แต่ภาพนี้เน้นที่การเดินเรื่องอธิบายสังคมเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตของทริซอยู่ในอันตรายอะไรจนท้ายเรื่อง แม้จะมีฉากโลดโผนอยู่ตลอดเวลา หนังสืออ่านง่ายและอ่านเร็วสมกับเป็นหนังสือวัยรุ่น แต่ไม่ค่อยมีอะไรน่าประทับใจ เพราะตัวละครไม่ลึกเท่าไหร่ และส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก

เทียบกับ The Hunger Games แล้วจะรู้สึกว่าสภาพสังคมในนั้นมันโหดกว่า ชีวิตของแคทนิสต้องเอาตัวรอดตั้งแต่เปิดเรื่องจนจบ ตัวละครก็หลากหลายมีมิติ มีจุดยืนที่ไปที่มาที่ต่างกันทำให้มีตัวละครที่น่าจดจำหลายตัวตั้งแต่เล่มหนึ่งถึงสาม ชีวิตของทริซเพียงแต่อยู่ในกฎระเบียบที่เคร่งครัด เล่มสองน่าจะเปลี่ยนโทนแน่นอนแต่เล่มหนึ่งมันทำให้ไม่อยากรีบหยิบเล่มสองมาอ่านเลย

Update ข่าวภาพยนตร์จดหมายรักจากเกิร์นซีย์

Image

จากที่เคยรายงานไปว่าหนังสือที่เต็มไปด้วยตัวละครน่ารักๆ อย่างจดหมายรักจากเกิร์นซีย์ The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society จะได้กลายเป็นภาพยนตร์ โดยมีเคท วินสเล็ตนำแสดง และเคนเนธ บราห์นาห์กเป็นผู้กำกับ ล่าสุดได้มีข่าวว่าบริษัทต้องเปลี่ยนตัวทีมงานหลัก (สงสัยทั้งสองจะไม่ว่างเลย 😦 ) ตอนนี้ชื่อผู้กำกับคือ Simon Curtis ที่ล่าสุดกำกับเรื่อง My week with Marilyn และคนที่จะเล่นเป็นจูเลียตคือ Michelle Dockery หรืิอ Lady Mary ณ Downton Abbey นี่เอง

เห็นข่าวแล้วก็ลุ้นขอให้หนังลงตัวสักทีนะคะ ส่วนตัวก็คิดว่ามิเชลวัยใกล้เคียงกับจูเลียตมากกว่าเคท น่าจะเป็นนักข่าวสาวจอมซ่าแสนน่ารักได้ไม่ยากเลย 😉Image

 

ที่มา http://www.dailymail.co.uk/tvshowbiz/article-2314996/BAZ-BAMIGBOYE-A-hot-potato-Lady-Mary-takes-new-lead-role.html

Kraten’s most romantic novels ranking

วันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์มาถึงแล้ว ปีนี้กระเต็นขอส่งต่อความรักให้คุณผู้อ่านด้วยการจัดอันดับนิยายรักที่เคยอ่านมาให้ดูเล่นๆ ตัดสินด้วนรสนิยมส่วนตัว เพื่อใครที่อยู่ในอารมณ์โรแมนติกจะได้ไปหาอ่านดูนะคะ

atonement

อันดับที่ 7 Atonement ของ Ian McEwan

นิยายย้อนยุคสุดซึ้งสะเทือนใจ ที่ทำให้ดีใจที่ได้รัก แต่ขอตัดคะแนนตรงความเศร้าไปนะคะ

วินเทจสื่อรัก

วินเทจสื่อรัก

 

อันดับที่ 6 A Vintage Affair ของ Isabel Wolf วินเทจสื่อรัก แปลโดยภัทรา หงษ์พร้อมญาติและลมตะวัน

ความรักแนวกุ๊กกิ๊กของสาวที่รักแฟชั่น อ่านง่ายๆ สบายๆ

The_Notebook_Cover

อันดับที่ 5 The Notebook ของ Nicholas  Sparks

นิยายดังของเจ้าพ่อนิยายรักที่ทำให้ผู้อ่านต้องเสียน้ำตา

Water for Elephants

อันดับที่ 4 Water for Elephants ของ Sara Gruen มายา รัก ละครสัตว์ แปลโดยรสวรรณ พึ่งสุจริต

นิยายรักผจญภัยที่เกิดขึ้นในคณะละครสัตว์มหัศจรรย์

Pride and Prejudice

อันดับที่ 3 Pride and Prejudice ของ Jane Austen

นิยายรักสุดคลาสสิก ที่มาของชายในฝันของสาวหลายๆ คน

จดหมายรักจากเกิร์นซีย์

อันดับที่ 2 The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society ของ Mary Ann Shaffer, Annie Barrows จดหมายรักจากเกิร์นซีย์ แปลโดยรสวรรณพึ่งสุจริต

นิยายรักของคนรักการอ่านอีกทีนึง หนังสือที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแต่ก็ทำให้ซึ้งไปกับเนื้อหาด้วยเช่นกัน

OneDay

อันดับที่ 1 One Day ของ David Nicholls

ขอยกให้เลย ตั้งแต่ลีลาการเขียน การผูกเรื่อง และพระเอกนางเอกที่น่ารักที่ทำให้ผู้อ่านต้องลุ้นให้พวกเขาลงเอยกันสักที ต้องขอคารวะผู้เขียนด้วยค่ะ 😉

The Discovery of Witches- Deborah Harkness Review

discovery of witches cover

โพสต์แรกของปี 2013 กว่าจะได้โพสต์ก็ปาไปปลายเดือนเลยนะคะ ;-(

วันนี้ขอเอาหนังสือเรื่อง The Discovery of Witches ของ Deborah Harkness มาแนะนำ นิยายเรื่องนี้วางขายตั้งแต่ปี  2011 และก็ติดอันดับหนังสือขายดีไปเรียบร้อย แม้จะเป็นนิยายเรื่องแรกของDeborah แต่เธอก็เล่าเรื่องที่สนุกจนวางไม่ลง และก็แสดงโลกในจินตนาการที่น่าตื่นเต้นลึกลับของเธอได้ออกมาอย่างชัดเจน

The Discovery of Witches เปรียบได้กับ Harry Potter ภาคโตเป็นผู้ใหญ่ และคล้ายๆ นิยายแนวเวทย์มนต์ที่ออกไล่ๆ กันคือ The Night Circus ในแบบที่เป็นกันเองกับผู้อ่านมากกว่า ไดอาน่า นางเอกของเรื่องสืบเชื้อสายแม่มดที่เก่าแก่แต่เธอกลับหลีกเลี่ยงการใช้พลังพิเศษ หรือการคบหาสมาคมกับเผ่าพันธ์เดียวกัน เพราะอยากจะเป็นคนธรรมดา แต่วันหนึ่งเธอดันไปปลดล็อคคัมภีร์โบราณที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไรโดยไม่ตั้งใจ คราวนี้แหละสัตว์ประหลาดในโลกทั้งหลายก็มาเฝ้าติดตามเธอเพื่อหาทางแย่งชิงคัมภัร์นี้ให้ได้ แม่มดที่อ่อนเวทย์มนต์อย่างเธอก็คงเสร็จไปแต่แรกถ้าไม่มีแมทธิว แวมไพร์ผู้ลึกลับออกมาปกป้อง

นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยปริศนา แต่ผู้เขียนก็เดินเรื่องได้อย่างรวดเร็วไม่หวงไม่กั๊กอะไร เพราะเธอมีดีเรื่องราวหักมุม และตัวละครที่น่าสนใจมาเติมเต็มอยู่เรื่อย ที่สำคัญแม้เรื่องนี้จะเล่มหนามาก แต่มันยังไม่จบนะ ! เป็นเพียงเล่มแรกของนิยายไตรภาคที่ชื่อ The All Souls Triology ต้องติดตามค่ะ

The Casual Vacancy, J.K. Rowling Review

หนังสือเล่มใหม่จากผู้ให้กำเนิดแฮรี่ พอตเตอร์ คราวนี้เจเคขอเปลี่ยนมาเขียนนิยายแนวสังคมดำมืด บางคนบอกว่านี้เป็น dark comedy อ่านแล้วก็รู้สึก dark มาก แต่ให้ตรง comedy น่ะมันอยู่ไหน บางคนอาจจะมองว่าสถานการณ์ที่ตัวละครบางตัวเผชิญอยู่มันก็ตลกนะ แต่อ่านแล้วกลับรู้สึกสมเพชมากกว่าขำ

เรื่องดำเนินอยู่ในเมืองเล็กๆ ในอังกฤษ ตัวละครก็คือชาวเมืองนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกในสภาหมู่บ้านเสียชีวิต จึงมีการเลือกตั้งทดแทน และการเมืองท้องถิ่นก็เผยให้เห็นความเห็นแก่ตัวและคับแคบของชาวบ้าน

ปัญหาในเรื่องนี้คือเจเค go dark ไปหน่อย ใช่เธอเป็นนักเล่าเรื่องที่ใช้ภาษาได้ดี และมีความละเอียดในการสร้างโลกให้ตัวละครของเธอ แต่ในเรื่องนี้ตัวละครมีหลายตัว แต่ไม่มีตัวไหนที่น่าสนใจหรือน่าติดตามเลย ประกอบกับการดำเนินเรื่องที่ช้า พาลทำให้จะหลับ และละความสนใจจากหนังสือไปอยู่เรื่อย

ไม่ใช่เพราะเปรียบเทียบเรื่องนี้กับแฮรี่ พอตเตอร์เลยทำให้ไม่สนุก นิยายที่ว่าด้วยหมู่บ้านหรือเกิดขึ้นในบ้านของคนจนธรรมดาก็มีมากมายที่ทำให้เรารักตัวละครและเปิดใจให้สังคมมากขึ้น เจเคต้องไม่ลืมว่าจะเขียนนิยายสะท้องสังคมก็นึกถึงคนอ่านด้วย ต้องดึงเขาเข้าสู่โลกของเราก่อนนะ คราวหน้าเอาใหม่นะ เจเคต้องทำได้ค่ะ