Tag Archive | Fashion

โอลีเวียร์ นิวตัน จอห์น กรีส และแฟชั่นแบบ 50s

ไหนๆ เห็นโอลีเวียร์ นิวตัน จอห์นกำลังจะมาคอนเสิร์ตที่เมืองไทยอาทิตย์นี้แล้ว เลยอยากจะพูดถึงแฟชั่นที่ฮือฮาที่สุดของเธอจากหนังเรื่องกรีส ซึ่งกลายเป็นภาพติดตาเวลาที่พูดถึงเธอก็จะนึกภาพสาวในไร้เดียงสาในกระโปรงบานๆ จนถึงภาพสาวสุดเซ็กซี่ในชุดรัดรูปสีดำ

แม้ว่าเรื่องกรีสจะถูกสร้างขึ้นช่วงปี 70 ในมันเป็นหนังย้อนยุคที่ว่าด้วยเรื่องวัยรุ่นในปี 50 ปลายๆ ยุคที่ icon ดังๆ ช่วงนั้นก็จะมี Elvis Presley และ Marilyn Monroe ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมแฟชั่นในช่วงนั้นคือสามารถผลิตเสื้อผ้าด้วยวัสดุซินเทติกและอะครีลิกที่ทำให้ราคาถูกขึ้น และเนื้อผ้าก็รัดรึงร่างกายมากขึ้น ทั้งเสื้อเชิ้ตและเสื้อsweater ช่วงนั้นผู้หญิงจะหันมานิยมโชว์สัดส่วนความเป็นหญิง แต่แทนที่จะใส่คอร์เซ็ตเหมือนโบราณก็จะกลายเป็นใส่บราเสริมทรงใส่เข็มขัดใหญ่ๆ เพื่อเน้นเอวแทน ในท่อนล่าง วัยรุ่นสาวจะเลือกใส่กระโปรงบานๆ ที่ยาวเลยเข่า โดยเฉพาะกระโปรงลายหมาพูเดิ้ล เรียกว่าฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลยไอเท็มนี้ เอาไปใส่เต้นสะบัดได้เลย

ส่วนกางเกงสาวๆ ก็ชอบใส่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกางเกงรัดรูปที่ยาวเลยเข่าเช่นกัน ช่วงนั้นๆ สาวๆ ยังไม่ค่อนใส่ยีนส์ในชีวิตประจำวันเหมือนหนุ่มๆ

ส่วนทรงผมนั้น สาวๆ จะชอบดัดผมเป็นลอนๆ ส่วนหนุ่มๆ โดยเฉพาะกลุ่มกรีสเซ่อส์ที่รักการเล่นรถเป็นชีวิตจิตใจจะต้องไว้ผมหน้ายาวและใช้นำ้มันเสบจัดทรงมันเท่านั้นถึงจะทันสมัยสุดๆ

เรียกว่าวัยรุ่นยุค 50 เป็นวัยรุ่นยุคแรกที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก จนสร้างตลาดกลุ่มเด็กหนุ่มสาวขึ้นมาได้เลย

มาปิดท้ายด้วยภาพแฟชั่นสวยๆ จากยุค 50 นะคะ

การกลับมาของสาว Flappers กับภาพยนตร์ The Great Gatsby 2012

มาประเดิมคอลัมใหม่ของกระเต็น คือ Kraten In Trend กันด้วยเรื่องราวของสาวแฟล็บเปอร์ ที่กลับมาวาดลวดลายกันบนรันเวย์ของแบรนด์ดังหลายแบรนด์สำหรับฤดู Summer 2012 รวมทั้งในหนังสือที่ว่าด้วยชีวิตของพวกเขาที่ถือได้ว่าเป็นหนังสือคลาสสิกของอเมริกาคือ The Great Gatsby ของ F. Scott Fitzgerald มันเคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 1926 คือกำลังร่วมสมัยเลย ที่ดังที่สุดคือเรื่องที่ออกในปี 1974 ที่นำแสดงโดย Robert Redford และ Mia Farrow และในปลายปีนี้ภาพยนตร์ดัดแปลงฉบับล่าสุดก็จะออกฉาย นำแสดงโดย Leonado DiCaprio, Carrie Mulligan ที่ใครๆ ก็ว่าเหมือน Mia มาก Tobey Maguire เล่นเป็น Nick Carraway คนเล่าเรื่อง กำกับโดย Baz Luhrmann ผู้กำกับที่ถนัดที่จะจับเรื่องร้องเล่นเต้นระบำมาใส่ดราม่าแบบนำ้ตาเล็ด ดังจะเห็นได้จาก Strictly Ballroom, Moulin Rouge! และที่สำคัญเคยทำงานกับลีโอมาแล้วใน Romeo + Juliet ปี 1996 ซึ่งทั้งหนังทั้งเพลงประกอบดังในหมู่วัยรุ่นช่วงนั้นมาก

กลับมาที่แฟชั่นของ Flappers ดีกว่า ทำไมมันถึงสร้างความสนใจได้มากมาย หลายๆ คนคงคุ้นภาพสตรีในยุคต้นค.ศ. 1900 ได้ ถ้าไม่ได้ก็นึกภาพผู้หญิงผมยาวสลวยแต่เกล้ามัดอย่างเรียบร้อย อยู่ในเสื้อเชิร์ตแขนยาวและกระโปรงยาวถึงตุ่มแต่ไม่สุ่มแล้วนะคะ ประมาณนี้ค่ะ

Image

แล้วก็เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในช่วง 1914-18 สังคมทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด คนหนุ่มล้าตายเป็นจำนวนมาก ผู้หญิงต้องเข้มแข็ง มีหน้าที่มากขึ้น พอหมดสงครามความเครียดก็ยังมี คนไม่สามารถกลับไปทำตัวตามปกติได้ และก็อยากใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงไม่ต้องเสียดายอะไร อยากทำอะไรทำมันวันนี้ ทำให้สาวๆ ยุคนั้นทำตัวกระฉับกระเฉงก๋ากั่น กินเหล้า สูบบุหรี่ ออกเที่ยวกลางคืนกันอย่างเปิดเผย แต่กิจกรรมที่สำคัญที่สุดก็คือการเต้นรำ! เพราะเป็นยุคที่เพลงแจ๊สกำลังเฟื่องฟู เรียกว่าเต้นรำกันสุดเหวี่ยงเลยทีเดียว นี่คือบุคลิกของสาวFlapper และแฟชั่นของเธอก็คือ

Image

1 กระโปรงสั้นกรุยกราย ใส่แล้วพลิ้วยามเคลื่อนไหว และจะสั้นขึ้นทุกปี ตั้งแต่ 1920-30 ชายมันจะหดไปเรื่อยๆ

2 สายเดี่ยว แขนยาวทำให้เต้นรำไม่ถนัดดังทั้งกระโปรงทุกตัวต้องแขนเว้าหรือเป็นสายเดี่ยว

3 ทรงกระบอก จากเดิมที่ต้องใส่ชุดชั้นในคอร์เซ็ตเพื่อเน้นอกเน้นเอว สาวๆ หันมาสวมชั้นในสบายๆ และหันมานิยมหุ่นแบบบาง หน้าอกเล็กๆ แทนหุ่นนาฬิกาทราย บราที่ใส่จึงเป็นแบบปิดร่องอก จะได้สะดวกในการเต้นรำด้วย

4 เข็มขัดที่สะโพก เพราะนิยมชุดทรงกระบอกสั้นพลิ้วๆ เข็มขัดจึงเป็นเครื่องประดับรอยสะโพกแทน

5 ผมสั้น ยุคแรกเริ่มของผมบ็อบ ซึ่งก็มีหลายแบบ จนถึงตัดสั้นเลย เลือกได้ตามสบาย อย่าไว้ยาวก็พอ เชย !

6 เครื่องประดับแบบพลิ้วๆ สร้อยมุกยาว แหวนหัวใหญ่ๆ เข้ากับชุด Flapper ที่สุด

7 แต่งหน้า นี่เป็นยุคที่สาวๆ เริ่มแต่งหน้ากันในชีวิตประจำวัน ทั้งปาก ตา แก้ม เต็มที่ได้

นึกได้แค่นี้หละ มาดูรูปจากกองถ่าย The Great Gatsby หน่อยดีกว่า

Image

หนุ่มๆ เนี๊ยบสาวแครี่ก็พร้อมเต้นรำแล้ว มีภาพนางแบบ Gemma Ward ที่มาเล่นเรื่องนี้ด้วย

Image

เป็น Flapper Gemma นะคะ

ย้อนอดีตกับหนังในปี74 บ้าง

Image

ดูเป็น Flapper แท้ๆ ที่ไม่ลืมเครื่องประดับของตน

และปิดท้ายด้วยแฟชั่น Flapper แบบ 2012 กันค่ะ

Image

จาก Ralph Lauren ค่ะ สำหรับใส่สบายๆ

Image

จาก Etro ดูทั้งน่ารักและSexy แบบใสๆ

และปิดท้ายจริงๆ ด้วยภาพสาวFlapper in action ค่ะ

 

แฟชั่นในวินเทจสื่อรัก

มาคุยเรื่องสนุกๆ อย่างเรื่องแฟชั่นในหนังสือวินเทจสื่อรัก หนังสือที่สาวๆ ที่รักแฟชั่นเป็นชีวิตพลาดไม่ได้กันดีกว่า

นิยายเรื่องนี้จะพูดถึงดีไซเนอร์หลายคนมาก ทำให้เราได้เกร็ดความรู้เรื่องแฟชั่นสนุกๆ มาเต็มเลย ที่จะพูดถึงบ่อยหน่อยก็เจ้าแม่วิเวียน เวสต์วู้ด ผู้ที่มีหัวใจพังค์ร็อกตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน! เนื่องจากเธอเป็นดีไซเนอร์ดังของอังกฤษ ฟีบี้นางเอกของเราเลยต้องมีเสื้อผ้าสวยๆ ของเธอเต็มร้านวิลเลจ วินเทจอยู่เสมอ ทุกคอลเล็กชั่นของวิเวียนจะต้องมีกลิ่นอายพังค์ ทำใจดูทุกชุดดูเซอร์ๆ เท่ห์ๆ เป็นหลัก

แต่ดีไซเนอร์ที่กลุ่มลูกค้าไฮโซ หรือลูกค้าที่เป็นดาราของฟีบี้มักถามหาและจับจอง คือชุดวินเทจของบาลองเซียก้า ดีไซเนอร์ชาวสเปนที่โด่งดังเรื่องของการใช้รูปทรงเรขาคณิตมาออกแบบเสื้อจนดูลำ้สมัย พีบี้ต้องไปแย่งประมูลชุดราตรีของปี 1960 มาให้ลูกค้าของเธอ

แต่ดีไซเนอร์โปรดของฟีบี้เองเธอมาดามเกรส์ นักตัดเสื้อชาวฝรั่งเศสที่สามารถออกแบบจับจีบชุดราตรีให้ผุ้หญิงธรรมดากลายเป็นเทพธิดาได้ สาวสวยคลาสสิกอย่างฟีบี้เลยตามสะสมชุดของเธอเพื่อความสุขส่วนตัว!

อีฟ แซง ลอรอง นักออกแบบหนุ่มชาวฝรั่งเศสที่มากความสามารถ หลังจากที่ทำงานในห้องเสื้อของดิออร์จนช่ำชองก็ออกมาเปิดร้านของตน แบบของเขาเป็นสิ่งที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากสำหรับยุค 1960-70 เขาเป็นดีไซเนอร์คนแรกที่ผลักดันแฟชั่นแจ๊กเก็ตและกางกางให้ผู้หญิง ทำให้สาวเปรี้ยวในยุคนั้นหันมาเป็นสาวกของเขาเป็นแถวๆ

คริสเตียน ดิออร์ ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสอีกคนที่โด่งดังในยุค1930-40 และยังคงเก็บความขลังของชื่อแบรนด์ไว้ได้ เขาเปรียบเสมือนอาจารย์ใหญ่ของดีไซเนอร์ชื่อดังมากมายที่ต้องผ่านการฝึกงานจากเขาก่อน เช่นอีฟ แซง ลอรอง ลองแวง และนีน่า ริชชี่ ดิออร์ออกแบบเสื้อผ้าให้ผู้หญิงดูเป็นสุภาพสตรีที่ดูอ่อนหวานแต่งามสง่า ดูอย่างโค้ทของดิออร์ในยุค 40  นี้ แม้จะใหญ่โตกันหนาวได้ แต่ก็ทำให้ผู้ใส่ดูมีเสน่ห์เหลือเกิน

มียี่ห้อที่เป็นของอังกฤษแท้ๆ และดั้งเดิมก็คือเบอร์เบอรี่ เมื่อแรกทำแต่เสื้อกันฝนตามสภาพภูมิอากาศของประเทศอังกฤษ ตอนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งกองทัพอังกฤษก็ใส่โค้ทของเบอร์เบอรี่นี่แหละไปลุยฝนลุยโคลน งานนี้เรียกว่าคุณภาพคับจอจริงๆ เพราะหลังสงครามประชาชนคนธรรมดาก็หันมานิยมโค้ทเบอร์เบอรี่มากขึ้น จนต้องออกแบบเสื้อผ้าให้ถูกใจตลาดที่ใหญ่ขึ้น  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฟีบี้จะใส่โค้ทกันฝนของแบรนด์ไหนในวันฝนพรำ

ชาเนล อันนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพราะไม่มีแฟชั่นนิสต้าคนไหนที่ไม่รู้จักผลงานของมาดามโคโค่ โคโค่เริ่มต้นด้วยการทำหมวกและก็ผลิตชุดลำลองสำหรับผู้หญิง ซึ่งในสมัย 1910 เป็นสิ่งที่หายากมาก เนื้อผ้าที่เธอใช้เป็นของที่ไม่แพง ทำให้ติดตลาดไปอย่างง่ายดาย ต่อมาสาวเก่งที่ไม่แพ้ผู้ชายอย่างเธอก็ทำเสื้อแจ๊คเก็ตและกางเกงสำหรับผู้หญิงซึ่งก็ติดตลาดอีก เธอกลายเป็นคู่แข่งของอย่างยักษ์ใหญ่ดิออร์ ซึ่งเธอก็สู้ได้อย่างสง่างาม ด้วยการยึดติดกับคติของตนคือความหรูหราและเรียบง่าย ทำให้ชุดราตรีสีดำเรียบๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมที่ดี และก็เป็นสิ่งที่ฟีบี้ต้องมีติดร้านด้วย

ตอนที่ฟีบี้ไปช่วยจัดเสื้อให้มิสซิสเบลล์ เธอเจอเสื้อผ้าใส่ทำงานสวยๆ หลายชุด สมกับที่มิสซิสเบลล์เป็นภรรยาของนักธุรกิจดังที่ต้องไปออกงานกับสามีเป็นประจำ ฟีบี้เจอชุดของเท็ด ลาพิดัสหลายตัว ลาพิดัสเป็นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่เคยฝึกงานกับดิออร์ แล้วเปิดห้องเสื้อของตัวเองในช่วง 1950 และดังเป็นพลุแตกในช่วง 1960 ลาพิดัสเน้นการออกแบบเสื้อผ้าแบบยูนิเซ็กส์ คือเสื้อและกางเกงที่ใส่แล้วจะเท่ห์ทั้งผู้ชายผู้หญิง เขาเป็นคนแรกที่ผลักดันแฟชั่นมิลิแทรี่ อย่างเสื้อที่มีสายติดกระดุมตรงหัวไหล่ เหล่าดาราและเซเลบช่วง 60 ต่างก็ใส่เสื้อผ้าของเขากันทั้งนั้น แปลว่าตอนสาวๆ มิสซิสเบลล์ต้องเปรี้ยวน่าดูเลย!

อีกแบรนด์ที่มิสซิสเบลล์มีหลายตัวเลยคือชุดของเธีย พอร์เตอร์ ดีไซเนอร์ลูกครึ่งอังกฤษ-อิสราเอล ที่เอากลิ่นอายแบบอาหรับมาใส่ดีไซน์ของเธอ เน้นผ้าพิมพ์ลาย แบบโปร่งๆ เป็นสิ่งที่สาวฮิปปี้ยุค 60-70 ขาดไม่ได้เลย

ดูๆ ไปวินเทจสื่อรักนี่มีแต่ดีไซเนอร์ฝั่งยุโรปนะ แต่ช้าก่อน มีดีไซเนอร์อเมริกันโผล่มาคนนึง! เบ็ทซีย์ จอห์สันนี่เอง เบ็ทซีย์ผู้ร่าเริงออกแบบเสื้อผ้าสีแรงๆ สำหรับเหล่าสาวซ่าก๋ากั๋น อืมม..แต่นึกภาพพีบี้แต่งตัวอย่างนี้ไม่ออกเลยนะ ปรากฏว่าแฟนคลับของเบ็ทซีย์ก็คือเอ็มม่า เพื่อนสาวเปรี้ยวปริ๊ดส์ของฟีบี้นี่เอง

มาดูแบรนด์อิตาลีกันบ้างดีกว่า ตอนที่ฟีบี้พบแดนครั้งแรก แดนถามถึงเสื้อผ้าในร้านแล้วปรากฎว่ามีชุดของปุชชี่อยู่ด้วย ปุชชี่เป็นหนุ่มนักกีฬาชาวอิตาลีที่มีใจรักการดีไซน์ เขาเริ่มต้นด้วยการออกแบบชุดกีฬา ชุดว่ายนำ้ โดยจุดเด่นของเขาคือการเลือกใช้ผ้ายืดและการสั่งทำลายที่มีสีสันสดใส เขาโด่งดังที่สุดช่วงปี 40 และก็เริ่มออกแบบผ้าพันคอ เสื้อ กระโปรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ผ้าของเขานั้นทำให้สาวๆ ที่ใส่ได้อวดหุ่นสวยเซ็กซี่ ทำให้มีดาราเซเลบอุดหนุนเขาจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือมาริลิน มอนโรที่รักชุดของปุชชี่เป็นชีวิตจิตใจ

มาปิดท้ายกันที่คริสเตียน ลาครัวส์ดีไซเนอร์ฝรั่งเศสที่รักศิลปะวัฒนธรรมจนอยากจะทำงานในพิพิธภัณฑ์ งานของลาครัวส์มักจะมีกลิ่นอายย้อนยุคหรือผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น หรูหรา และมีสีสันที่จัดจ้าน พีบี้ไม่เห็นด้วยที่ไมล์ซื้อชุดราตรีของลาครัวส์ในคอลเลกชั่นแก้วกระจกให้ลูกสาววัยรุ่นใส่ เธอว่ามันอลังการเกินเด็กไปหน่อย!