Tag Archive | review

The Casual Vacancy, J.K. Rowling Review

หนังสือเล่มใหม่จากผู้ให้กำเนิดแฮรี่ พอตเตอร์ คราวนี้เจเคขอเปลี่ยนมาเขียนนิยายแนวสังคมดำมืด บางคนบอกว่านี้เป็น dark comedy อ่านแล้วก็รู้สึก dark มาก แต่ให้ตรง comedy น่ะมันอยู่ไหน บางคนอาจจะมองว่าสถานการณ์ที่ตัวละครบางตัวเผชิญอยู่มันก็ตลกนะ แต่อ่านแล้วกลับรู้สึกสมเพชมากกว่าขำ

เรื่องดำเนินอยู่ในเมืองเล็กๆ ในอังกฤษ ตัวละครก็คือชาวเมืองนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกในสภาหมู่บ้านเสียชีวิต จึงมีการเลือกตั้งทดแทน และการเมืองท้องถิ่นก็เผยให้เห็นความเห็นแก่ตัวและคับแคบของชาวบ้าน

ปัญหาในเรื่องนี้คือเจเค go dark ไปหน่อย ใช่เธอเป็นนักเล่าเรื่องที่ใช้ภาษาได้ดี และมีความละเอียดในการสร้างโลกให้ตัวละครของเธอ แต่ในเรื่องนี้ตัวละครมีหลายตัว แต่ไม่มีตัวไหนที่น่าสนใจหรือน่าติดตามเลย ประกอบกับการดำเนินเรื่องที่ช้า พาลทำให้จะหลับ และละความสนใจจากหนังสือไปอยู่เรื่อย

ไม่ใช่เพราะเปรียบเทียบเรื่องนี้กับแฮรี่ พอตเตอร์เลยทำให้ไม่สนุก นิยายที่ว่าด้วยหมู่บ้านหรือเกิดขึ้นในบ้านของคนจนธรรมดาก็มีมากมายที่ทำให้เรารักตัวละครและเปิดใจให้สังคมมากขึ้น เจเคต้องไม่ลืมว่าจะเขียนนิยายสะท้องสังคมก็นึกถึงคนอ่านด้วย ต้องดึงเขาเข้าสู่โลกของเราก่อนนะ คราวหน้าเอาใหม่นะ เจเคต้องทำได้ค่ะ

Winter of the World : Ken Follet Review

แต่น แตน แต๊น! มาแล้วเล่มสองใน Century Trilogy ของสุดยอดนักเล่าเรื่อง Ken Follet

แฟนพันธ์แท้ของลุงเคนเมื่อเห็นหนังสือขนาด 960 หน้านี้แล้วต้องน้ำตาไหลด้วยความดีใจ ฝีมือลุงเคนรับประกันว่าทุกหน้าจะต้องสอดแทรกไปด้วยความรู้และความบันเทิงชนิดวางไม่ลงเลย จากที่ภาคหนึ่ง Fall of Giants ที่ว่าด้วยสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลงอย่างน่าขนลุกด้วยการปรากฏตัวของนักการเมืองอุดมการแรงกล้าหน้าใหม่ในเยอรมันนามว่าอดอลฟ์ ฮิตเลอร์ เล่มสองก็ต่อด้วยเหตุการณ์ในโลกในช่วงปี 30-จนเกือบจบ 40 อย่างการขึ้นมาเรืองและรวบอำนาจของพรรคนาซีในเยอรมัน ความไม่สงบทางการเมืองของอังกฤษจนเข้าสู่สงคราม สงครามการเมืองของสเปนและการขึ้นสู่อำนาจของนายพลฟรังโก้ ความโหดเหี่ยมของสตาลิน สปายและตำรวจลับรัสเซีย และการถูกลากเข้าสู่สงครามของโลกเสรีนิยมอเมริกา จนถึงกำเนิดของระเบิดปรมาณู

เนื้อเรื่องข้างบนคงเป็นได้แค่ตำราประวัติศาสตร์ ถ้าขาดตัวละครทั้ง 5 ครอบครัวที่ถูกแนะนำมาตั้งแต่ภาคหนึ่งและต้องเผชิญโลกในช่วงฤดูหนาวทางสังคมที่โหดร้ายและยาวนาน ถ้าคุณไม่ได้สนับสนุนพรรคนาซี แต่ติดอยู่ในเยอรมันยุคนั้นคุณจะทำอย่างไร ผู้อ่านจะต้องลุ้นให้ตัวละครที่คุ้นเคยรอดให้ได้ แต่ลุงเคนคงไม่เป็นสุดยอดนักเล่าเรื่องถ้าไม่สามารถผลิกแพลงชะตากรรมของพวกเขาให้เราใจสั่นได้

ตอนนี้ได้แต่รอคอยโลกแห่งสงครามเย็นในภาคสาม เอาให้ถึงพันหน้าเลยนะลุงเคน!

Review: The Perks of being a Wallflower, Stephen Chbosky

ข้อดีของการเป็นไม้ประดับ นวนิยายเรื่องแรกของ Stephen Chbosky ชวนให้สงสัยว่าการเป็นไม้ประดับมันดีอย่างไร นิยายเรื่องนี้ว่าด้วยมุมมองของชาลี หนุ่มน้อยวัย15 ที่แสนจะขี้อาย เก็บกด เรื่องเล่าจากมุมมองของเขา อ่านดูจะคล้ายๆ The Catcher in the Rye ของ J.D. Salinger ที่ว่าด้วยชีวิตของวัยรุ่นที่แสนจะว้าวุ่น

ชาลีเป็นน้องคนเล็กของบ้าน มีพี่ชายเป็นนักฟุตบอลสุดเท่ห์ที่ได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัย และพี่สาวสุดสวยแสนป็อบที่พยายามแอบน้องชายของตัวเองเพราะกลัวจะทำให้เสียภาพพจน์

ชีวิตของชาลีสูญเสียคนที่เขารักถึงสองคนคือน้าเฮเลน และไมเคิลเพื่อนสนิทของเขาที่ฆ่าตัวตาย จากการเล่าเรื่องของชาลี ผู้อ่านจะรู้ว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่อารมณ์อ่อนไหวอ่อนโยน เข้าอกเข้าใจและให้อภัยผู้อื่นเสมอ เราจะรู้ว่าความช่างคิดของเขาทำให้เขาเป็นคนที่ช่างสังเกตและฉลาดเกินวัย แม้จะเก็บเนื้อเก็บตัวไม่แสดงออกให้ใครรู้ว่าเขาคิดอะไร หรือต้องการอะไรเลย

จนเขาเจอคนพยายามจะกระตุ้นเขาคือครูบิล ครูคนใหม่ที่เห็นถึงไหวพริบของชาลี และพยายามจะกระตุ้นการแสดงออกของเขาโดยไม่ให้เขารู้ และแพทริกกับแซม รุ่นพี่ที่โรงเรียนที่บุคลิกน่าสนใจและเปิดรับชาลีมาเข้ากลุ่ม และค่อยๆ พาเขาเข้าสังคม ทำให้ชาลีได้รู้จักกับชีวิตวัยรุ่นที่แท้จริง ได้รู้จักกับความรัก ชีวิตได้ถูกกระตุ้นเสียจนไปเจอปมว่าเพราะอะไรเขาได้เป็นคนเช่นนี้

ผู้อ่านจะยิ้มไปกับการเล่าเรื่องการชาลีที่ตรงไปตรงมาไม่มีการปิดบังอะไร ทำให้เราลุ้นและประทับใจไปกับการเติบโตขึ้นของเขา ชีวิตของชาลีในช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีอะไรให้เรากลับไปคิดถึงความสัมพันธ์ของเราและคนรอบข้างเช่นกัน

Sins of the father- Jeffrey Archer

มาแล้ว สำหรับผู้ที่อดทนรอเล่ม 2 ใน The Clifton Chronicles,  Sins of the fathers เล่าเรื่องชะตากรรมของ Harry ต่อจาก Only time will tell อย่างไม่รอช้า ที่ฝั่งอเมริกา ความตั้งใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่ของ Harry ต้องสะดุดลง เมื่อชื่อที่เขาขโมยมาดันกลายเป็นชื่อของฆาตกรที่ถูกตำรวจไล่ล่า! เอ็มม่าเองก็พยายามตามหาแฮรี่อย่างไม่ย่อท้อ ความพยายามของเธอทำให้ไปเจอขุมทรัพย์ชิ้นใหญ่ ในขณะที่ไจลส์ จำใจต้องสมัครเป็นทหารเพื่อพบกับพวกนาซีที่ฝรั่งเศส แต่ก็ได้สร้างวีรกรรมบางอย่างที่จะเกิดผลกระทบกับชีวิตของแฮรี่

Jeffrey Archer ถึงตอนนี้แล้วก็ต้องรับมาเป็นนักเล่าเรื่องมือฉมัง ทั้ง 300 กว่าหน้าของเล่มนี้ ผู้อ่านจะหยุดอ่านไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าที่สุดแล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไร เพียงเพื่อที่จะเจอเงื่อนงำก้อนใหญ่ที่ต้องไปรอเฉลยในเล่ม 3 !

อ่านรีวิว only time will tell ได้ที่นี่ https://kratenbooks.wordpress.com/2012/01/18/only-time-will-tell-jeffrey-archer-review/

The Night Circus, Erin Morgenstern Review

เดอะ ไนท์ เซอร์คัส โดยเอริน มอร์เกิร์นสเติร์นเป็นนวนิยายที่เต็มไปด้วยเวทย์มนตร์ ภาพลวงตาที่งดงาม และความรักที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน บรรยากาศคล้ายๆ Jonathan Strange & Mr.Norrelle  ผสม Harry Potter แต่มีตัวละครรันทดแบบเด็กๆ ของ Charles Dickens

ซีเลียและมาร์โคเป็นเด็กกำพร้าสองคนที่ถูกจับให้มาอยู่ในโลกแห่งเวทมนตร์เพื่อเข้าสู่เกมการแข่งขันที่ทั้งสองไม่ทราบถึงกฎเกนฑ์ ฉากหลังของเรื่องคือคณะละครสัตว์ดู เรฟ ที่ต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการแข่งขันของทั้งสองมากมาย แต่ใครเป็นใคร มีหน้าที่อะไร มันยากที่จะรู้ว่าใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ในเมื่อแม้แต่ซีเลียก็ยังไม่รู้ว่ามาร์โคคือใครเลย

ผู้เขียนบังคับให้ทั้งสองสู้กันโดยการสร้างสรรค์เต้นท์ละครสัตว์ที่วิจิตรพิสดารทีละเต้นท์ ทั้งสองแม้จะเป็นคู่แข่งแต่ก็อดชื่นชมผลงานของอีกฝ่ายไม่ได้ นิยายเรื่องนี้จึงกลายเป็นนิยายรักที่ยากจะคาดเดาตอนจบได้

นอกจากจะบรรยากาศของเรื่องจะเต็มไปด้วยความอลังการของเต้นท์ละครสัตว์แต่ละเต้นท์แล้ว เนื้อเรื่องยังมีตัวละครหลากหลายที่ลึกลับบ้าง น่ารักบ้างมาเติมสีสันให้เนื้อเรื่องเดินและทำให้ได้รู้จักกับตัวเอกกันมากขึ้น เนื้อเรื่องจะเดินสลับระหว่างซีเลีย นักมายากลสาวสวยที่แต่งกายงดงามดาวเด่นของคณะกับมาร์โคหนุ่มหล่อนักสร้างภาพหลอนที่มารับหน้าที่เลขาของเจ้าของละครสัตว์ แม้บางช่วงผู้เขียนจะบรรยายเรื่องด้วยการอธิบายฉาก แต่ภาพมันก็งดงามมาก แล้วบทจะมีแอ็กชั่นขึ้นมา ผู้อ่านจะรู้สึกว่าสั้นเกินไป แต่ความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้งสองก็เป็นเรื่องที่น่าติดตาม พวกเขาจะรักกันจริงหรือจะเพียงสร้างฉากให้อีกฝ่ายตกหลุม คนอ่านเดาตอนจบไม่ได้แน่นอน