Tag Archive | Reviews

The Help, Kathryn Stockett Review

The Help เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ออกมานานแล้วแต่เราหลบหลีกไม่กล้าอ่านมานานมาก เพราะพออ่านดูเนื้อเรื่องจากปกหลังแล้วกลัว…กลัวมาก มันบอกว่าเกี่ยวกับผู้หญิงผิวขาวที่พยายามช่วยบรรดาแม่บ้านผิวดำที่ถูกเอาเปรียบและเหยียดสีผิวจากคนผิวขาวในอเมริกายุค 1960 ก่อนที่จะเกิดการประท้วงเพื่อความเท่าเทียมขึ้น ไอ้เราที่เรียนวรรณคดีมาก็หลอนไปถึงวรรณกรรมคนผิวสีในยุคนั้นที่ต้องอ่าน และไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ เรื่องที่เขียนจากหัวใจมันก็ลึกซึ้งทั้งนั้น แต่ไอ้อารมณ์ขมขื่นเศร้าสร้อยมันหลอนมาเลย ทำให้ไม่กล้าอ่านเรื่องนี้เพื่อความบันเทิง แต่หลังจากที่หนังออก (ไม่ได้ดูเพราะเหตุผลเดียวกัน) และเริ่มเห็นคลิปจากหนังว่ามันก็ดูขำๆ นะ ประกอบกับรีวิวที่ดีเหลือเกิน ก็เลยหามาอ่านแล้วก็ต้องเขกหัวหัวเองไป 3 ป็อกในฐานะที่โง่และคิดคับแคบอยู่นานมาก

The Help พูดถึงประเด็นที่เศร้าก็จริง แต่ผู้เขียนดำเนินเรื่องผ่านแม่บ้านหญิงผิวสีสองคนที่สู้ชีวิต ฉลาด หลักแหลม และมีอารมณ์ขัน อเบอร์ลีนเป็นผู้หญิงเก่ง มีหลายจังหวะที่เธอต้องส่ายหัวหน่ายใจเพราะความดักดานของนายจ้างของเธอ แต่กระนั้นเธอก็รักลูกของนายจ้างเสมือนกับเป็นลูกของเธอเอง มินนี่ เพื่อนรักของอเบอร์ลีนมีฝีมือทำอาหารที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วเมือง แต่เธอหางานทำไม่ค่อยได้เพราะฝีปากที่จัดจ้าน ที่ทำให้ถูกนายเก่งไล่ออก แถมยังแค้นจนตามไปบอกว่าที่นายจ้างทุกคนของมินนี่ให้เปลี่ยนใจ

เนื้อเรื่องเริ่มดำเนินไปกับแผนของสกีเตอร์ เพื่อนของนายจ้างของมินนี่และอเบอร์ลีน สตีเตอร์ต่างจากผู้หญิงคนอื่นในเมืองเพราะเธอมีการศึกษาสูงและยังโสด ขณะที่คนอื่นๆ เป็นแม่บ้านกันหมด สกีเตอร์อยากเป็นนักเขียน และมีปนในใจที่อยากตามหาคอนสตานทีน แม่บ้านที่เธอรักมากที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตอนที่เธอไปเรียนมหาวิทยาลัย

กว่าทั้งสามจะได้จับกลุ่มกันก็ทุลักทุเลและเรื่องก็ดำเนินไปอย่างมีอารมณ์ขันและน่าติดตาม ตัวละครหลัก เพื่อนๆ ผิวสี ต้องลุ้นให้โปรเจ็คยักษ์ของทั้งสามสำเร็จลุล่วง แต่การเดินทางนั้นมีแต่เรื่องที่คาดไม่ถึง นี่เป็นเสน่ห์ของ The Help หนังสือโดยผู้หญิง เพื่อผู้หญิงที่อ่านแล้วจะอมยิ้มและมีกำลังใจสู้ต่อไป

Advertisements

Only Time Will Tell, Jeffrey Archer – Review

มหากาพย์เรื่องใหม่ของนักเขียน/นักการเมืองระดับท่าน Sir เริ่มแล้ว Jeffrey Archer เป็นอีกหนึ่งนักเขียนร่วมสมัยชาวอังกฤษที่มีความเข้าใจในเบื้องลึกเบื้องหนังของวงการการเมืองและการเงิน Only time will tell เป็นเล่มแรกใน Clifton Chronicles ที่ตามติดชีวิตของเด็กชาย Harry Clifton ที่แม้จะกำพร้าพ่อและยากจนแต่ก็ฉลาดเฉลียวเสียจนได้ทุนไปเรียนในโรงเรียนประจำดัง จนได้สนิทสนมกับทั้งลูกผู้ดีและเด็กทุนอื่นๆ สนิทถึงขั้นเข้าไปเกี่ยวพันรู้เบื้องลึกที่ไม่น่าเป็นไปได้ของนักธุรดังประจำเมืองและไปมีรักต้องห้ามกับน้องสาวของเพื่อนสนิท นี่พึ่งเล่มแรกที่เป็นการปูพื้นเรื่งก็มีปริศนามากมายแล้ว เนื้อเรื่องเล่าผ่านตัว Harry เพื่อนสนิท คนรัก และครอบครัวของเขา จนผู้อ่านได้เห็นปริศนาในมุมต่างๆ และลุ้นให้ตัวละครทั้งหลายเห็นคำใบ้เหล่านั้น ปริศนาบางอย่างได้คลี่คลายในเล่มนี้ แต่มันก็เปิดปมที่ใหญ่ยิ่งขึ้นให้ต้องติดตามต่อไป

อ่านรีวิวเล่ม 2 Sins of the father ได้ที่นี่ https://kratenbooks.wordpress.com/2012/04/25/sins-of-the-father-jeffrey-archer/

Aleph, Paulo Coelho – Review

นิยาย/บันทึกล่าสุดของนักเขียนที่เป็นเสมือนผู้นำทางจิตวิญณาน แถมยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลต้นๆ ในโลกของทวิตเตอร์ด้วย เปาโลกลับมากับ Aleph อันเป็นพยัญชนะตัวแรกในภาษาฮีบริว และยังมีความหมายพิเศษในภาษาอาราบิก เรื่องนี้จะเดินเรื่องคล้ายๆ หลายเรื่องที่เขาเป็นผู้เล่าเอง ผสมกับ The Alchemist ที่ผู้เล่ามีนิมิตตอนต้นเรื่องที่จะต้องไปตามหาปริศนาที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตน และปริศนานี้ก็พาผู้เล่าไปนั่งรถไฟทรานส์ไซบีเรีย ซึ่งแม้จะอยู่แต่ในประเทศรัสเซียแต่มันก็ข้ามทั้งยุโรปบางส่วนและเอเซียแทบทั้งทวีปทีเดียว ในดินแดนที่หนาวเย็นและห่างไหลนั้น เปาโลก็ได้พบผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมในอดีตชาติของเขา ในระหว่างการเดินทางเขาจะต้องหาทางแก้กรรมเพื่อปลดบ่วง ให้จิตวิญญานของเขาได้พัฒนา แต่กรรมมันก็แก้ได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่ทำไปแล้วก็ผ่านไปแล้ว มีทางเดียวคือจะต้องเผชิญกับเจ้ากรรมนายเวรของเขา หลักการในเรื่องเป็นหลักของพุทธศาสนาผสมกับคริสตศาสนา รวมทั้งมีข้อของทั้งยิวและอิสลามผสมอยู่ด้วย การเล่าเรื่องค่อนข้างจะตามง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ ของเขาเพราะมีตัวละครที่หลายๆ คนคงเข้าถึงและสงสารอยู่ในเรื่อง คนที่ไม่ชินกับงานของเปาโลคงจะงงว่าทำไมเรื่องมันไปไม่ถึงไหนเลย แต่คนที่รู้จักเปาโลดีน่าจะเห็นด้วยว่าเรื่องนี้เดินเรื่องค่อนข้างเร็วแถมยังมีแอ็คชั่นมากกว่าปกติด้วย !

A Christmas Carol – Charles Dickens Review

A Christmas Carol ของ Charles Dickens นับเป็นวรรณกรรมคลาสสิกทั้งเพราะเนื้อหาของมันเอง ประกอบกับบรรยากาศของฉากที่เป็นช่วงวันคริสตมาส และตัวละครที่นับเป็นหนึ่งในตัวละครอมตะที่ดิคเคนส์เขียนขึ้นมา ทำให้หนังสือเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในหนังสือที่ทุกคนต้องรุ้จัก

อะเบอร์นีเซอร์ สกรูจ ชายแก่ที่ใช้ชีวิตเพื่อเงิน เพื่อตนเองมาทั้งชีวิต ไม่เคยดูแลครอบครัวหรือคนรอบตัว แม้ตนจะรวยหนักหนา ได้รับการเยี่ยมเยืือนจากวิญญานของหุ้นส่วนที่มาบอกว่าวิญญานทั้งสามของคริสต์มาสจะมาหาเขาในคืนนั้น เพื่อทำให้เขาเปลี่ยนชีวิตก่อนจะต้องตายและกลายเป็นวิญญานที่โดดเดี่ยวไปอีกคน วิญญานของอดีตพาเขาไปดูอดีตของสกรูจน้อยให้เข้าใจว่าอะไรมาทำร้ายเด็กน้อย วิญญานของปัจจุบันพาไปดูชีวิตของครอบครัวและคนรอบข้างของสกรูจว่าลำบากยากจนแค่ไหน

วิญญานของอนาคตพาไปเยือนความตายของเขาและคนที่ไม่ควรจะต้องเจอชะตากรรมเช่นนั้นถ้าเขาใส่ใจสังคมบ้าง สำนึกเหล่านี้เปลี่ยนแปลงสกรูจ และเมื่อเขาพบว่าเวลาของเขายังไม่หมด เขาจึงรีบกลับเนื้อกลับตัวใส่ใจให้เวลาคนอื่นๆ เขากลายเป็นผุ้ให้ที่แสนใจดี และมีความสุขกับการช่วยเหลือคน ดิกเคน์ไม่เคยกลบเกลื่อนเรื่องความยากจนและไม่เป็นธรรมในสังคม ในเรื่องนี้เขาก็แสดงไว้เต็มที่จนคนอ่านลำบากใจ จุดที่หนักที่สุดของเรื่องก็ทำให้คนอ่านเครียดเช่นกัน และพอผู้อ่านเห็นความเปลี่ยนแปลงของสกรูจ ความปิติก็มาเยือนจิตใจ นิยายเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจกับทุกคนที่อ่าน ใครล่ะจะไม่อยากเป็นผุ้นำพาความสุขบ้าง

Committed, Elizabeth Gilbert Review

ภาคสองของนิยายรักของสาวช่างคิด Eat Pray Love เรื่องมาเริ่มต้นตอนที่ Eat Pray Love จบพอดี เมื่อสาวลิซตกหลุมรักกันคนใหญ่ชาวบราซิลที่บาหลี เนื่องจากทั้งคู่ผ่านการหย่าร้างที่เจ็บปวดมา จึงทำให้อยากคบกันด้วยความรักแต่ไม่อยุ่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย การดำเนินชีวิตอย่างนั้นก็ราบรื่นดี จวบจนทั้งคู่ตัดสินใจไปทำงานที่สหรัฐบ้านเกิดลิซ และกฎหมายที่นั่นไม่ยอมให้คนต่างจากประกอบอาชีพได้ พิลิปจะถูกเด้งออกจากประเทศ! ทั้งสองจึงถูกบังคับให้แต่งงานกัน แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นได้ทั้งคู่ต้องไปทำตามขั้นตอนของกฎหมายอื่นๆ ที่พาให้ฟิลิปต้องออกจากประเทศและมีช่วงรอที่นาน ทั้งคู่จึงเลือกมาอาศัยในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างรอ เพราะค่าครองชีพถูกสุด เมืองไทยของเราก็มีส่วนด้วย เนื้อเรื่องของเล่มนี้เรียบง่ายมาก ส่วนที่ทำให้หนาขึ้นมาหน่อยคือการพยายามกล่อมตัวเองให้เห็นประโยชน์ของการแต่งงานของลิซ เธอใช้เวลาว่างระหว่างรอศึกษาประวัติศาสตร์ของการแต่งงาน และแนวคิดเรื่องการแต่งงานของชนกลุ่มต่างๆ ทำให้นิยายเล่มนี้กลายเป็นรายงานวิชาการย่อยๆ เรื่องราวมีน้อยกว่า Eat Pray Love มาก แต่ก็คงมีประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ในสถานการณ์จะแต่งไม่แต่งดี 😉

Pompeii – Robert Harris Review

โรเบิร์ต แฮริส เป็นอีกหนึ่งนักเขียนนิยายชาวอังกฤษที่เขียนเรื่องแนวทริลเลอร์ได้อย่างตื่นเต้น และก็สอดแทรกองค์ประกอบทางสังคมของเรื่องได้อย่างหนักแน่น เขาเริ่มจากการเขียนทริลเลอร์แนวการเมืองอย่าง Archangel  Fatherland The Ghost และ Enigma ซึ่งสองเรื่องหลังถูกทำมาทำเป็นภาพยนตร์ ต่อมาเขาก็เข้ามาคลุกคลีกับประวัติศาสตร์การเมืองของชนชาติที่มีสีสันด้านนี้มากคือพวกโรมัน แต่ระหว่างนั้นก็มีเรื่องนี้ ปอมเปย์ ทริลเลอร์เกี่ยวกับวันหนึ่งวันนั้นในประวัติศาสตร์ วันที่ภูเขาไปเวซุเวียสระเบิด ซึ่งพลันทำให้เมืองท่าริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกลายเป็นเถ้าถุลีไปตามๆ กัน

มาร์คัส พรีมุส วิศกรอควาดัก (ท่อส่งน้ำ) ถูกส่งตัวมาสำรวจว่าทำไมจู่ๆ ท่อน้ำแถบเมืองปอมเปย์ เมืองท่าค้าขายที่ร่ำรวยที่สุดถึงไม่ทำงาน เขาจึงได้พบปรากฎการณ์ทางธรรมชาติแปลกๆ เช่นพื้นดินสั่นไหวเป็นระลอก ปลาลอยตาย และกลิ่นฉุนแปลกๆ ในน้ำ เขาเข้าไปคุยกับคนในเมืองและพบว่าเจ้าเมืองเองก็รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่ความโลภและโง่กำบังการตัดสินใจของเขา แล้วใครจะช่วยชาวเมืองล่ะ

แม้ผู้อ่านจะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แฮริสก็สามารถปูพื้นเรื่องและตั้งค่าแอ็กชั่นและปริศนาให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ เขาสอดแทรกบันทึกโบราณร่วมสมัยของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ที่จดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างใส่ไปทุกบท จนเรารู้สึกเหมือนร่วมอยู่ในเหตุการณ์สองสามวันก่อน จนถึงจังหวะการปะทุของวิซุเวียสและต้องหนีตาย ปอมเปย์เป็นนิยายปรากฎการณ์ภัยธรรมชาติเรื่องหนึ่งที่อ่านเพลินมาก

About A Boy- Nick Hornby Review

นิยายเรื่องที่สองของนักเขียนหนุ่มที่รักดนตรีและกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ หนังสือของนิค ฮอร์นบี้มักจะเล่าเรื่องของชายหนุ่มที่มีชีวิตที่น่าอิจฉา About A Boy เล่าเรื่องของสองหนุ่ม วิลวัย 36 ที่มีเงินทองล้นเหลือ วันๆ นั่งดูทีวีกับไปช้อปปิ้ง อะไรที่ฮอตฮิตเขาต้องมี! ส่วนหนุ่มมาร์คัสวัย 12 กลับไม่มีเวลาทำอะไรเท่ห์ๆ เลย เพราะไปโรงเรียนก็โดนกลั่นแกล้ง กลับบ้านก็ต้องเฝ้าแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า มาร์คัสเลยไม่เคยได้ทำอะไรให้ตัวเอง เรื่องจะถูกเล่าผ่านมุมมองทั้งสองหนุ่มสลับกัน เราจะได้เห็นความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของวิล และความเป็นผู้ใหญ่เคร่งเครียดเกินวัยของมาร์คัส จนทั้งคู่ได้เจอกันความขบขันบันเทิงแก่ผู้อ่านก็เกิดขึ้น

เมื่อวิลตัดสินใจเลือกจีบพวกแม่สาวๆ ที่ไม่มีสามีเพราะจีบง่ายและความรับผิดชอบสูงทำให้ไม่มีเวลากับเขามาก ทำให้เขาได้เจอมาร์คุลสซึ่งนึกสงสัยอะไรในวิลจึงติดตามเขา จนทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย วิลแนะนำให้มาร์คัสรู้จักวิธีทำตัวเท่ห์ๆ จะได้เข้าสังคมได้ ในขณะที่มาร์คัสทำให้วิลรู้จักความรับผิดชอบและได้เจอกับหญิงสาวที่วิลไม่อยากจะฉาบฉวยด้วย มีหลายสถานการณ์ที่ความจริงแล้วน่าเศร้ามากเช่นเรื่องแม่ของมาร์คัสหรือตอนที่วิลถูกบอกเลิก แต่วิธีเล่าเรื่องของนิค ฮอร์นบี้มันเต็มไปด้วยอารมณ์ขันและการประชดประชันเสียดสีแบบคมๆ ทำให้อ่านได้อย่างเพลินๆ บทเรียนที่ทำให้หนุ่มๆ ในเรื่องนี้เติบโตจนใช้ชีวิตให้สมวัยได้จึงเป็นบทเรียนที่น่ารัก อบอุ่นและสนุกสำหรับคนทุกเพศทุกวัย