Tag Archive | Reviews

Twilight/Shiver Review.

รีวิวนี้จะแหวกแนวหน่อยเพราะจะมาพูดถึงหนังสือที่อ่านไม่จบ! คือ…ให้โอกาสแล้ว พยายามแล้ว มันก็ไม่เชิญชวนเอาเสียเลย ในยุคนี้หนังสือซีรีย์วัยรุ่นพวกรักพิสดารเป็นหนังสือที่ขายดีสุดแล้ว อยากจะอินเทรนด์บ้างเลยหามาอ่าน แต่ปรากฎว่ามันไม่ดึงดูดเราเลย อย่างทไวไลท์ เดินเรื่องเอื่อยๆ พอเราไม่ปิ๊งพระเอกนางเอก เลยไม่สามารถติดตามเรื่องของเขาได้อย่างตั้งใจ เรื่องชีเวอร์ (Shiver-Maggie Stiefvater) ซีรีย์ดังอีกเรื่องที่เป็นรักของมนุษย์หมาป่ากับเด็กสาวผู้สันโดษก็เช่นกัน เรื่องมันเกาะติดความรู้สึกของพระเอกนางเอก ติดตามความผูกพันธ์ของทั้งสอง แต่พอเราไม่อินมันเลยไปต่อไม่ไหว สำหรับซีรีย์เด็กๆ กระเต็นชอบอะไรที่เดินเรื่องกระชับ มีพลอตที่เดาไม่ถูก ตัวเอกมีข้อดีข้อเสียที่ดึงดูด ทำให้เราลุ้นไปกับเขา อย่างแฮรี่ พอตเตอร์หรือฮังเกอร์ เกมส์ มันตื่นเต้น และมีตัวละครที่น่าติดตามนอกจากตัวเอก แต่ด้วยความที่ชอบอ่าน ยังไงพอมีเรื่องไหนมาแรงน่าสน ก็จะมารีวิวอีกอยู่ดี 😉

World without End: Ken Follet -Review

นี่นิยายภาคต่อที่ไม่เหมือนภาคต่อสักทีเดียว เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นสองร้อยปีถัดมาในหมู่บ้านเดิม เด็กสี่คนที่มีพื้นเพต่างกัน ตามพ่อแม่มาที่เมืองไนทส์บริดจ์เพื่อร่วมงานทางศาสนา ระหว่างพิธี พวกเขาก็ออกไปเล่นกันในป่า จนไปประสบเหตุการณ์ปริศนาอันหนึ่งที่ต้องถูกปิดเป็นความลับ หลังจากวันนั้นทั้งสี่็แยกย้ายไปตามวิถีของตน แต่ก็ได้พบเจอกันบ้างตามเส้นทางชีวิตของคนในยุคกลางที่ถูกบีบโดยระบบปกครอง ศาสนา ภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นบ้างและความโลภทำลายมันบ้าง

มารู้จักตัวละครหน่อยดีกว่าจะได้รู้ว่าชีวิตเขามีอะไรให้ลุ้นบ้าง

คาริส ลูกสาวหัวแข็งของพ่อค้าขายขนแกะ เธอเป็นลูกหลานของทอม วิศวกรในเรื่อง The Pillars of the Earth เธอเป็นคนเก่งและอยากจะเป็นหมอ แต่ถูกสังคมในยุคนั้นขัดขวาง จึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะเรียนแพทย์และประกอบอาชีพให้ได้

เมอร์ธิน เป็นลูกหลานของแจ็ค สถาปนิกผู้สร้างโบสถ์ในคิงส์บริดจ์จนเสร็จ เขาสืบเชื้ออัจฉริยภาพในการคำนวณและวาดแบบจากแจ็ค จึงมีบทบาทในการซ่อมแซมและพัฒนาเมือง แต่ความเก่งกาจของเขาก็ทำให้มีคนอิจฉาและขัดขวางเหมือนที่แจ็คโดนเช่นกัน

ราล์ฟเป็นน้องชายของเมอร์ธิน แต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน เขารูปร่างสูงใหญ่ชอบการต่อสู้ จึงมีสิทธิ์ทำงงานกับเจ้าเมือง เริ่มจากการเป็นทหารติดตาม และอาจเกลายเป็นชั้นผุ้ปกครองเองได้หากทำตัวดีๆ

เกว็นดา มาจากครอบครัวที่ยากจนที่สุดในเมือง เธอผอมเกร็งสกปรกอยู่ประจำเพราะต้องทำงานหนัก พ่อทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอยุ่เสมอ เธอจึงเหมือนอยุ่ตัวคนเดียวตั้งแต่เด็ก สิ่งเดียวที่ทำให้เกว็นดามีความหวังคือวูลฟริก หนุ่มที่หล่อที่สุดในเมือง แต่เขาจะมาแลเธอทำไม

หลวงพ่อก็อดวิน เป็นญาติของคาริส มีความมักใหญ่ใฝ่สูงและพร้อมจะทำทุกอย่างให้ขึ้นเป็นเจ้าสำนักของคิงส์บริดจ์ให้ได้

เรื่องนี้เการเดินเรื่องจะกระจายๆ กว่าในภาคแรกเพราะตัวละครหลักอยุ่คนละที่กัน และมีโลกของตัวเองกันทุกตัว แต่จะมีเรื่องสำคัญที่ดึงตัวละครกลับมาที่คิงส์บริดจ์เป็นระยะ และมีอะไรให้ลุ้นเยอะแน่นอนเพราะลุงเคนเป็นนักเขียนที่ไม่เคยเกรงใจตัวละคร พร้อมที่จะทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเสมอ!

The Alchemist, Paulo Coelho Review- เดอะ อัลเคมิสต์

 

เดอะ อัลเคมิสต์ นวนิยายขายดีที่มาในรูปแบบนิทานสอนใจเป็นหนังสือที่คนที่อ่านแล้วมักจะแนะนำให้เพื่อนๆ อ่านต่อ คิดๆ ไปก็แปลกเพราะพอหยิบเรื่องนี้มาอ่านใหม่หลังจากการอ่านครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็พบว่าความเป็นนิทานสอนใจมันอยู่เหนือกว่าความเป็นนิยายมาก ซานติเอโก้ หนุ่มคนเลี้ยงแกะที่ฝันซำ้ๆ ว่ามีสมบัติที่รอตนค้นเจออยู่ตัดสินใจที่จะทำตามฝันนั้น แม้จะไม่แน่ใจว่าจะเจอสมบัติอะไรจริงหรือเปล่า ระหว่างการเดินทางเขาก็เจอผู้คนแปลกๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ตกหลุมรัก เขาได้กลายเป็นคนที่เข้าใจโลกมากขึ้น

แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้ให้ความลึกในบุคลิกของตัวละครเอกเท่าไหร่ และความมีเหตุผลก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะสิ่งที่ผู้เขียนเน้นคือหลักปรัชญาที่แฝงอยู่ในคำพูดของตัวละครด้วยภาษาที่เรียบง่าย การให้กำลังใจเป็นจุดหลักที่สะท้อนซ้ำอยู่ตลอดทั้งเรื่อง พระเอกจะได้รับกำลังใจให้กล้าเปลี่ยนแปลงชีวิต ทำในสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายที่สุด แต่แค่ได้ทำก็ทำให้ตัวเองอิ่มใจที่ไม่ยอมแพ้ ความเรียบง่ายนี่เองที่เข้าถึงใจผู้อ่าน และทำให้เรามีกำลังใจไปด้วย  ในแง่ดราม่ามันไม่มีเลย เรื่อยๆ เฉื่อยๆ จะหลับเป็นบางครั้ง แต่พอถึงจุดที่ตังละครคุยกันในเรื่องที่โดนใจ ทุกอย่างก็วูบวาบอบอุ่นไปหมด 😉

One day, David Nicholls – Review วัน เดย์

 

เอ็มกับเด็กส์เพื่อนร่วมรุ่น 2 คนที่มาปิ๊งกันในวันที่ 15 กรกฎาคม 1988 วันรับปริญญา วันที่จะต้องแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตเดินตามเส้นทางที่ต่างใฝ่ฝัน เอ็มอยากจะเป็นนักเขียนที่สามารถเปลี่ยนโลกได้ด้วยคำของเธอ ในขณะที่เด็กส์อยากจะรวย รวยและรวย! นิยายสุดพิเศษเรื่องนี้พาผู้อ่านกลับมาเจอเพื่อนรักทั้งสองในวันที่ 15 กรกฎาของทุกๆ ปี เป็นเวลา 20 ปี ผู้อ่านจะได้ดูความคืบหน้าของชีวิตทั้งคู่ ซึ่งตรงกับความจริงที่ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จะต้องมีเรื่องลุ้น เรื่องที่ทำให้ปวดร้าวหมดหวัง และเรื่องดีๆ ที่คาดไม่ถึงเข้ามาสลับกัน แม้ทั้งคู่อาจวุ่นวายอยู่กับชีวิตของตน แต่ก็ไม่วายส่งความห่วงหาอาทรไปให้อีกฝ่ายอยู่เรื่อยๆ เราได้เห็นการเติบโตทางอารมณ์และความคิดที่ผู้เขียนทำให้ทุกคนสัมผัสและเข้าใจได้ จนบางทีเราก็รู้สึกว่านี่มันมุมนึงของชีวิตเรานี่นา ใครเคยรักคนที่ไม่สนใจเราบ้าง ใครเคยคบกับคนที่เรารู้ว่าไม่ใช่ แต่มันเหงาแล้วกลัวว่าจะไม่มีใครเข้ามาอีก ความรักที่ทั้งคู่มีมันเปลี่ยนไปตามวัย มันทำให้เรียนรู้ว่าการเจอคนที่เข้าใจเรา 100% น่ะหายากมาก อ่านเรื่องนี้จบแล้วจะต้องหันไปกอดแฟนแน่นอน 😉 กระเต็นให้ไปเลย10 ดาวค่ะ

Review: War Horse,Michael Morpurgo. รีวิววอร์ฮอส

มีหนังสือสำหรับเด็กหลายเรื่องที่เนื้อหาลึกซึ้งคาบเกี่ยวในเนื้อหาที่เกี่ยวกับการผจญภัยและการเพาะบ่มเรื่องมิตรภาพ ความรักและการเสียสละ และวอร์ฮอร์สนี้ก็ตกอยู่ในข่ายนั้น เรื่องราวของโจอี้ม้าหนุ่มรูปงามที่ต้องพรากจากอัลเบิร์ตเจ้าของที่รักและดูแลเขาตั้งแต่เด็กเพื่อไปเป็นม้าศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฟังดูแล้วอาจจะเคร่งเครียด แต่วิธีเล่าเรื่องแบบซื่อๆ จริงใจทำให้ผุ้อ่านต้องเอาใจช่วยเจ้าโจอี้ โจอี้ได้เจอนายทหารหลายคน ต้องเป็นหน่วยหนึ่งในการรบพุ่ง ที่พาตัวเองไปอยู่ใน No Man’s Land กลางสนามรบ แต่ท่ามกลางความยากลำบาก ความบริสุทธิ์และกล้าหาญของโจอี้ก็ทำให้เกิดมิตรภาพที่เหนือความคาดหมายขึ้นมา

ข้อดี อ่านง่าย เข้าใจง่าย เห็นถึงบรรยากาศของสงครามอย่างชัดเจน แต่ก็น่าติดตามมาก

ข้อเสีย ข้อเสีย ไม่มีน่ะเรื่องนี้ มีแค่เดินเรื่องเร็วมาก ถ้าเผลอข้ามตรงไหนก็ตามไม่ทันเลย

Review: The Vampire Diaries, The Awakening & The Struggle. L.J. Smith รีวิวแวมไพร์ไดอารี่

หนังสือที่ถูกพิมพ์ตั้งแต่ช่วง 1990 ดังมาแล้ว แต่เพิ่งถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทำให้กลับมาได้รับความนิยมอีกรอบ และเราก็เลยเพิ่งได้อ่าน เรื่องของกลุ่มสี่สาวไฮสกูลในเมืองเล็กๆ นำทีมโดยเอเลน่า ที่ดันมีแวมไพร์หนุ่มหล่อมาร่วมชั้นเรียน ทำให้ชีวิตปั่นป่วนไปหมด

ข้อดี อ่านง่าย กุ๊กกิ๊ก ไม่ต้องคิดมาก

ข้อเสีย ผิดหวังนิดหน่อย เพราะเป็นหนังสือวัยรุ่นแบบเชยๆ ไม่ตรงกับวิถีชีวิตแบบวัยรุ่นสมัยนี้ แต่เราอ่านมันช้าไปเอง หลายประเด็นไม่คลาสสิก นึกถึงพวกแวมไพร์ของแอน ไรส์ในหลายจังหวะ โดยเฉพาะตอนย้อนยุค

Review : The Odyssey, Homer. รีวิว เดอะ โอเดสซี

เพราะเดอะ เอเลียตได้รับความนิยมอย่างสูง และสงสัยว่าใครๆ ต่างก็ไปถามคุณโฮเมอร์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครโน้นนี้ต่อ จนคุณโฮเมอร์ต้องยอมตวัดปากการ่ายกาพย์โอเดสซี จากที่เดอะอีเลียตจะตัดฉากจากฝั่งกรีกและฝั่งทรอยทำให้โฮเมอร์เหน็ดเหนื่อยกับตัวละครหลักร้อย โอเดสซีอุสก็เลยมาเป็นพระเอกคนเดียว เรื่องราวของการพยายามกลับบ้านหลังจบศึกทรอยนี้ถึงจะแสนสงสารโอเดสซีอุสที่เสียเวลาในชีวิตไปอย่างไร้ค่าถึง 10 ปี แต่มันก็น่ามหัศจรรย์เหลือเกินสำหรับคนอ่าน

ข้อดี มีหลายช่วงของการเดินทางนี้ที่กลายเป็นฉากคลาสสิกจนถูกไปประยุกต์ใช้กับเรื่องราวอื่นๆ อยู่เรื่อยๆ ต้องชื่นชมคนที่คิดคนแรกว่าเด็ดจริงๆ คิดมาได้ยังไง ตั้งแต่การสู้กับไซคลอปส์ คาแร็กเตอร์ของแม่มดสาวอย่างคาลิปโซ่และเซอร์ซ่ การต้องไปทำพีธีไหว้เจ้าถึงสุดขอบโลก และแม้แต่การต้องล่องเรือผ่านเสียงเพราะเสนาะหูของเหล่าไซเร็น โอเดสซีก็เป็นคนแรกที่ปิดหูตัวเองสำเร็จ เทียบกับอีเลียตแล้ว โอเดสซีอ่านสนุกกว่าเยอะเพราะเป็นการผจญภัยล้วนๆ

ข้อเสีย ก็บางเรื่องก็ไม่ค่อยมีเหตุผล เช่นทำไมใครๆ ก็มาหลงรักคนโทรมๆ อย่างโอเดสซีอุสได้ แล้วคนอะไรจะซวยขนาดนี้ พลาดพลั้ง หลงทาง เสียเวลาแล้วเสียเวลาอีก อยากจะช่วยเหลือเกินแต่กลัวจะติดซวยไปด้วย!