Tag Archive | travel

The Historian, Elizabeth Kostova review

ที่จริงหนังสือเล่มนี้เป็น bestseller ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2005 แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรียนต่ออยู่เลยไม่มีโอกาสอ่าน จนเดือนที่แล้วไปเจอหนังสือ 700 หน้านี้วางขายอยู่ในราคาย่อมเยามากๆ เลยซื้อมาอ่านซะเลย

หนังสือวางplot ได้น่าสนุก มีกลุ่มของนักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ที่ต้องการสืบค้นตัวตนที่แท้จริงของ Dracula ทันสมัยไหมล่ะ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ต้องแวมไพร์ และก็มีเรื่องประหลาดแปลกๆ เกิดขึ้นกับกลุ่มตัวละครเรื่อยๆ ให้น่าสงสัย การสร้างปมคลายก็กระจายไปทั้งเรื่องมันก็น่าจะอ่านเพลินใช่ไหมละ แต่ปัญหาของเรื่องมันมีดังนี้

1 ตัวละครหลักมี 3-4 ตัวและทุกตัวเดินเรื่องทั้งการเจอปมคลายปมด้วยการหาข้อมูลในห้องสมุด ! คือเราก็ไม่ได้รังเกียจห้องสมุดอะไร แต่มันเริ่มจะรู้สึกว่าทั้งคุณตัวเอกและตัวร้ายหมกมุ่นกับวิชาการเยอะไป พวกคนธรรมดาในเรื่องนี่ใช้ชีวิตอย่างปกติมาก

2 คุณผู้เขียนเธอใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านจดหมายและบันทึกเป็นส่วนใหญ่ของเรื่อง ตัวละครตัวแรกไปเจอบันทึกของพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็แทนที่จะคุยกับลูกก็เลือกที่จะเขียนเล่าเรื่อง ซึ่งพ่อก็เล่าเรื่องอาจารย์ของตนโดยการแนบจดหมายอาจารย์ให้อ่าน และก็กลับมาที่บันทึกแล้วก็จดหมายใหม่ คือมันอ่านแล้วเหนื่อยเกินไป คิดว่ามีนิยายหลายเรื่องที่เดินตอนสำคัญด้วยจดหมายและก็น่าติดตามดี แต่พอมัน 500 หน้าไปแล้ว แถมยังมีแต่วิชาการก็เริ่มรู้สึกว่าใครจะเป็นจะตายก็ช่าง

ที่เหลือคุณผู้เขียนทำได้ดีการบรรยายฉาก สร้างอารมณ์ของเรื่องชัดเจน แต่ถ้าเธอเขียนอีกเล่ม คงต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะไหวไหมคราวนี้

84 Charing Cross Road: Helen Hanff

อีกหนึ่งเล่มที่หยิบมาจากเทศกาลหนังสืออังกฤษ ความจริงเล่มนี้เคยอ่านมานานมากแล้วแต่ไม่ได้อ่านครบอย่างรอบนี้ 84 Charing Cross Road เป็นเรื่องจริงที่ไม่โรแมนติกเลยแต่กลับต็มไปด้วยความน่ารักและน่าประทับใจ เรื่องเป็นบทสนทนาทางจดหมายในช่วงปี 1940-60 ระหว่างเฮเลน ฮัฟ นักเขียนชาวอเมริกัน และแฟรงค์ ดอล์ย พนักงานขายหนังสือที่ลอนดอน เฮเลนรักการอ่านวรรณกรรมอังกฤษที่แสนจะหาซื้อยากที่อเมรกา amazonก็ยังไม่มี เธอเจอโฆษณาของร้าน Marks & Co ที่ชำนาญในการซื้อขายหนังสือเก่า หนังสือหายาก เธอจึงลองติดต่อไปและก็ไม่ผิดหวังเพราะร้านสามารถสนองตอบความต้องการของเธอโดยดี

หนังสือมีเสน่ห์ที่การโต้ตอบของผู้เขียนหลักทั้งสองคือเฮเลน สาวห้าวโผงผาง ใจกว้างและตรงไปตรงมาตางสไตล์อเมริกันจ๋า และแเฟรงค์ผู้สุขุม เป็นทางการ ทำอะไรจริงจังแบบชาวอังกฤษ แฟรงค์เริ่มอ่อนข้อให้เฮเลน และติดต่อกับเธอฉันเพื่อนเมื่อเห็นถึงความรักในงานวรรณกรรม และความห่วงใยที่เธอมีต่อเขาและครอบครัวในช่วงหลังสงครามของอังกฤษ มันเป็นเรื่องราวของสังคมและยุคสมัย เหมือนกับเราได้อ่านจดหมายของคนรู้จักที่เราห่วงใย และอยากติดตามไปเรื่อยๆ เพราะหวังจะได้เห็นความสุขสมหวังของเขา จึงทำให้เรื่องสั้นๆ นี้จบลงด้วยน้ำตาและความประทับใจ

ในส่วนที่สองของเรื่องที่ไม่เคยได้อ่านมาก่อน เป็นเรื่องที่ต่อจากตอนแรกแต่อยู่ในลักษณะบันทึกของเฮเลน ในที่สุดนักเขียนไส้แห้งอย่างเธอก็มีเงินพอที่จะไปเยือนลอนดอนตามที่ฝันไว้ 20 กว่าปีแล้ว เธอไปในช่วงปี 70 เพื่อโปรโมตหนังสือเล่มใหม่ของเธอ เธอได้ไปเจอเพื่อนๆ จากร้านหนังสือ Marks & Co. และแฟนหนังสืออีกหลายคน เสน่ห์ของภาคนี้อยู่ที่บุคลิกความเปิดกว้างต่อโลกของเฮเลน เธอพร้อมที่จะเจอคนใหม่ๆ และทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอทำให้เกิดเรื่องขำขันได้มากมาย สำหรับนักอ่านทั้งหลายก็จะเพลินไปกับการบรรยายที่เที่ยวของเธอ เพราะเธอมักจะเลือกและอินไปกับสถานที่ที่นักเขียนในดวงใจของเธอทั้งหลายพูดถึงหรือเคยมาเยือน ช่วงนี้จะเหมือนหนังสือนำเที่ยวลอนดอนและชานเมืองเลยค่ะ

อารมณ์ความรักแบบอบอุ่นขำขันในเรื่องนี้จะคล้ายๆ จดหมายรักจากเกิร์นซีย์เลยค่ะ ใครชอบแนวนี้ต้องอ่านทั้งสองเรื่องเลยนะคะ